ท้องฟ้าในเดือนกันยายน

Share

ท้องฟ้าในเดือนกันยายน

 

        สวัสดีครับ สำหรับเดือนกันยายนนี้ก็ยังเป็นอีกเดือนหนึ่งที่ยังมีฝนตกหนักทางภาคเหนือ ภาคกลางและภาคอีสาน ส่วนทางภาคใต้เป็นช่วงที่มีฝนตกน้อยกว่าทุกภาคซึ่งมีโอกาสที่จะสังเกตท้องฟ้าได้มากกว่าภาคอื่น โดยในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาก็ยังพอมีช่วงที่ท้องฟ้าเปิด ซึ่งสามารถชมแสงดาวบางเป็นช่วง และในเดือนกันยายนนี้หากมีช่วงที่ท้องฟ้าเปิดก็มีกลุ่มดาว และวัตถุท้องฟ้าที่สวยงานไม่แพ้เดือนอื่น

        ในช่วงหัวค่ำสังเกตจะสามารถมองเห็น 3 เหลี่ยมฤดูร้อน และ 4 เหลี่ยมใหญ่ ซึ่งดาวเรียงเด่นเหล่านี้จะสามารถมองเห็นได้จากทางทิศตะวันออก และยังสามารถมองเห็นใจกลางทางช้างเผือกทางทิศใต้ซึ่งผ่านกลางฟ้า

 

รูปที่ 1 ท้องฟ้าในเดือนกันยายนเวลา 20:00 .

 

เรื่องเล่ากลุ่มดาว

กลุ่มดาวแกะ และตำนานขนแกะทองคำ

        กลุ่มดาวแกะ เป็นกลุ่มดาวทางซีกฟ้าเหนือ และยังเป็นกลุ่มดาวแรกในกลุ่มดาว 12 ราศี ปรากฏอยู่ด้านบนของเส้นสุริยวิถี ประกอบด้วยดาวฤกษ์สว่างในกลุ่มดาวนี้ประมาณ 4 ดวง และเป็นกลุ่มดาวเก่าแก่ที่มีประวัติอันยาวนาน ในอดีตกลุ่มดาวแกะไม่ได้รับการยอมว่าเป็นกลุ่มดาวมากสักเท่าไร ในทางโหราศาสตร์ชาวกรีกโบราณ

 

รูปที่ 2 แสดงตำแหน่งดาวในกลุ่มดาวแกะ

 

ตารางที่ 1 แสดงชื่อดาวและรายละเอียดของดาวฤกษ์ที่สำคัญในกลุ่มดาวแกะ

ชื่อดาว

  ค่าความสว่าง  

ปรากฏ

  ค่าความสว่าง  

สัมบูรณ์

ชื่อเฉพาะ

  ชื่ออ่านภาษาไทย  

  ชื่อสามัญ  

  ชื่อในภาษาไทย  

  Hamal

  ฮามาล

αAri

-

2.01

−0.1

  Sheratan 

  เซราทาน

β Ari

-

2.64

2.1

  Bharani

  บารานิ

41 Ari

-

3.61

0.16

  Mesarthim  

  เมซาร์ธีม

γ1 Ari

-

3.88

−0.10

  Botein

  โบเทียน

δAri

-

4.35

−0.10

 

กำเนิดตำนานขนแกะทองคำ

        กลุ่มดาวแกะ เป็นตำนานเทพนิยายของชาวกรีกโบราณ เป็นตัวแทนของแกะที่มีขนเป็นทองคำ ซึ่งต่อมาเจสัน (Jason) บุตรชายของกษัตริย์อีสัน (Aeson) แห่งเมืองไอโอคุส (Iochus) เดินทางโดยเรืออาร์โก (Argo) พร้อมกับเพื่อนออกตามหาขนแกะทองคำนี้

        ที่มาของขนแกะทองคำ ตามตำนานเมื่อครั้งที่กษัตริย์อาธามัส (Athamus) แห่งโบอีโอเทีย (Boeotia) มีมเหสีคนแรกคือเทพธิดาเมฆเนเฟล (Nephele) มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ เจ้าชายพริซัส (Phrixus) และเจ้าหญิงเฮลลี (Helle) แต่ต่อมาภายหลังกษัตริย์อาธามัสหลงรักไอโน (Ino) ลูกสาวของแคสมัส (Cadmus) แห่งเมืองฮาร์โมเนีย (Harmonia) และได้อภิเษกสมรสใหม่กับมเหสีไอโน และมีลูกด้วยกัน 2 คนคือ เลอาร์ชีส (Learches) และเมลิคเออร์เทส (Melicertes) มเหสีไอโนเกลียดชังลูกเลี้ยงทั้ง 2 คนมาก จึงคิดวางแผนกำจัดลูกฝาแฝดของเทพธิดาเมฆเนเฟล โดยนำเมล็ดพันธุ์พืชทั้งหมดในเมืองโบอีโอเทียไปลนไฟ เพื่อไม่ให้เมล็ดพันธุ์พืชทั้งหมดสามารถเพาะปลูกได้ ทำให้เกิดเป็นภัยแล้งขึ้น เกษตรกรได้รับความอดอยาก กษัตริย์อาธามัสจึงไปถามผู้พยากรณ์ที่ใกล้ชิดเพื่อขอคำปรึกษา แต่ผู้พยากรณ์ได้ถูกมเหสีไอโนติดสินบนไว้แล้ว เพื่อให้โกหกในคำทำนายและบอกแก่กษัตริย์อาธามัสว่าในคำทำนายจะต้องสังเวยบุตรฝาแฝดทั้งสองต่อมหาเทพเซอุส แล้วการเพาะปลูกจะอุดมสมบูรณ์เช่นเดิม กษัตริย์อาธามัสตกลงอย่างไม่เต็มใจมากนักก่อนที่จะถูกลอบฆ่า และก่อนที่เจ้าชายพริซัส และเจ้าหญิงเฮลลีจะถูกสังเวยแก้มหาเทพเซอุส เทพธิดาเมฆเนฟเฮลผู้เป็นแม่ของทั้งสองคนได้ร่วงรู้แผนการอันชั่วร้ายนี้ ซึ่งร้องขอต่อมหาเทพเซอุสให้ช่วย มหาเทพจึงมอบแกะที่มีปีกและมีขนเป็นทองคำให้กับเนเฟล และเนเฟลได้สั่งให้แกะขนทองคำบินลงมาช่วยเหลือเจ้าชายพริซัส และเจ้าหญิงเฮลลี ขึ้นหลังแกะแล้วบินหนีไป ในระหว่างทางที่หนีอยู่นั้น เมื่อแกะปีกข้ามทะเล เจ้าหญิงเฮลลีได้พัดตกไปในทะเลและจมน้ำตาย แต่เจ้าชายพริซัสนั้นรอดจนถึงเมืองคอลคิส (Colchis) โดยปลอดภัย กษัตริย์เออิเตส (Aeëtes) ให้ความเมตตาต่อเจ้าชายพริซัสเป็นอย่างดี ต่อมากษัตริย์เออิเตสได้ยกลูกสาวชาลชิโอพิ (Chalciope) ให้แต่งงานกับเจ้าชายพริซัส และต่อมาเจ้าชายพริซัสได้สังเวยแกะขนทองคำที่มีปีกให้กับเทพโพไซดอน เพื่อให้แกะขนทองคำกลับไปเป็นเทพอีกครั้ง และแกะขนทองคำได้กลายเป็นกลุ่มดาวแกะในที่สุด หลังจากที่แกะขนทองคำได้ตายลง เจ้าชายพริซัสได้นำขนแกะทองคำ (Golden Fleece) มอบให้แก่กษัตริย์อออิเตส และกษัตริย์อออิเตสได้นำขนแกะทองคำไปแขวนไว้บนต้นโอ๊กในป่า เพื่อบูชาแก่เทพแอเรส (เทพเจ้าแห่งสงคราม) ซึ่งมีมังกรเป็นผู้พิทักษ์ขนแกะทองคำอยู่ จนกระทั้งเจสันได้มานำขนแกะทองคำไปจากต้นโอ๊ก

 

รูปที่ 3 จำลองขนแกะทองคำ

จาก http://camphalfblood.wikia.com/wiki/File:Golden-fleece-dream.jpeg

 

        แกะเป็นลูกของเทพโพไซดอน (Poseidon) กับธีโอฟาเน (Theophane) เป็นลูกสาวของบิซาลเทส (Bisaltes) ที่เป็นหญิงสาวผู้เลอโฉมเป็นที่หมายปองของผู้ชาย หนึ่งในนั้นก็คือเทพโพไซดอนและเพื่อไม่ให้ผู้ชายตามหาธีโอฟาเน เทพโพไซดอนจึงได้ลักพาตัวธีโอฟาเนไปไว้ยังเกาะครินิสซา (Crinissa) แต่ก็ยังมีผู้ติดตามมาจนถึงเกาะครินิสซา เทพโพไซดอนจึงได้เปลี่ยนรูปร่างของธีโอฟาเนให้เป็นแกะตัวเมีย พร้อมกับเปลี่ยนรูปร่างตัวเองให้เป็นแกะตัวผู้ และยังได้เปลี่ยนรูปร่างผู้คนที่อาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้ให้กายเป็นเลี้ยงสัตว์ทั้งหมด คนรักผู้ติดตามธีโอฟาเนได้เริ่มฆ่าสัตว์เหล่านี้ที่อยู่บนแกะ เทพโพไซดอนจึงได้เปลี่ยนรูปร่างทุกคนที่อาศัยอยู่บนเกาะให้เป็นหมาป่า ต่อมาเทพโพไซดอนก็ได้เป็นพ่อของแกะขนทองคำที่มีปีก

 

ลักษณะของกลุ่มดาวแกะ

         ในแผนที่ดาวโบราณ ภาพวาดของกลุ่มดาวแกะจะแสดงเป็นภาพแกะกำลังหมอบ แต่ไม่มีปีก หัวของแกะหันเข้าหากลุ่มดาววัว เมื่อมองหากลุ่มดาวแกะในท้องฟ้ายามค่ำคืน ดาวฤกษ์ที่อยู่ในกลุ่มดาวนี้ไม่ได้มีความโดดเด่นทั้งหมด ลักษณะที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดของกลุ่มดาว คือ เส้นที่ลากจากดาว 3 ดวง ซึ่งเป็นเครื่องหมายของหัวแกะ คือดาวอัลฟา แอร์เรียทีส (Alpha Arietis) หรือเรียกว่า ดาวฮามาล (Hamal) ซึ่งเป็นคำในภาษาอาหรับ มีความหมายว่าแกะดาวเบตา แอร์เรียทีส (Beta Arietis) หรือเรียกว่า ดาวเซราทาน (Sheratan) มีความหมายในภาษาอาหรับว่าสองโดยหมายถึงของบางสิ่งบางอย่าง (อาจจะเป็นสัญลักษณ์ของดาวสองดวง หรือเขาแกะทั้งสองข้าง แต่เดิมอาจถูกนำมาใช้กับดาวทั้ง 2 ดวงนี้ โดยดาวที่อยู่ใกล้กันนั้นคือดาว ดาวแกมมา แอร์เรียทีส) และดาวแกมมา แอร์เรียทีส (Gamma Arietis) ถูกเรียกว่าดาวเมซาร์ธีม (Mesartim) เป็นคำที่เกิดจากความเสียหายของคำ ซึ่งน่าจะมาจากคำว่า อัล ซาราทาน (al-sharatan) ซึ่งเป็นชื่อเดิมที่ใช้ร่วมกันกับดาวเบตา แอร์เรียทีส

        ในหนังสืออัลมาเกสต์ (Almagest) ของปโตเลมีได้มีคำอธิบายว่าดาวอัลฟา แอร์เรียทีสเป็นดาวที่อยู่เหนือศีรษะของแกะปโตเลมีได้อธิบายเสริมจาก ฮิพพาร์ชชัส (Hipparchus) โดยได้วางดาวดวงนี้ไว้ที่ตำแหน่งบนปากหรือจมูกของแกะ แต่ว่าเราไม่มีบัญชีของฮิพพาร์ชชัสเพื่อยืนยันสิ่งเหล่านี้ และเป็นที่น่าแปลกในหนังสืออัลมาเกสต์ของปโตเลมีกล่าวไว้ว่าดาวอัลฟาเป็นดาวที่อยู่นอกกลุ่มดาวแกะ และระบุไว้ว่าดาวอัลฟา แอร์เรียทีส เป็นหนึ่งในดาวที่ถูกระบุและเรียกว่าดาวยังไม่เป็นรูป” (ในแผนที่ดาว Atlas Coelestis ของ จอนห์ แฟรมสตีด (John Flamsteed) : ดาวอัลฟาถูกวาดไว้ด้านบนหัวของแกะ) ดาว 2 ดวงที่อยู่ใกล้เคียง คือ ดาวแกมมา แอร์เรียทีส ถูกอธิบายโดยปโตเลมีว่าเป็นดาวดวงที่ 2 ที่อยู่ตรงปลายบนเขาของแกะในขณะที่ดาวเบตา แอร์เรียทีส เป็น ดาวที่อยู่หลังสุดของเขาแกะ

 

 

                                                      ()                                                                                               ()

รูปที่ 4 ภาพวาดกลุ่มดาวแกะจากแผนที่ดาวฉบับโบราณ

() ภาพวาดกลุ่มดาวแกะ จากหลังสือ Atlas Coelestis ของ John Flamsteed

     จาก Linda Hall Library of Science, Engineering & Technology 2005.

  () ภาพวาดกลุ่มดาวแกะ จากหลังสือแผนที่ท้องฟ้า (Celestial Atlas) ของ Alexander Jamieson

       จาก http://www.ianridpath.com/atlases/jamieson.htm

 

จุดแรกแห่งกลุ่มดาวแกะ (First point of Aries)

        ในทางดาราศาสตร์ ถือว่ากลุ่มดาวแกะมีสำคัญเกินกว่าความสว่างของดาวฤกษ์ที่อยู่ภายในกลุ่มดาวนี้ เมื่อครั้งสมัยกรีกโบราณ เคยเป็นกลุ่มดาวที่มีจุดสำคัญที่เกิดจากเส้นสุริยวิถีตัดกับเส้นศูนย์สูตร และจุดตัดนี้รู้จักกันในนาม จุดวสันตวิษุวัต (Vernal Equinox) เมื่อนักดาราศาสตร์ชาวกรีก ชื่อ ฮิพพาร์ชชัส ได้กำหนดตำแหน่งขอจุดวสันตวิษุวัตไว้เมื่อประมาณ 2150 ปีก่อน (130 ปีก่อนคริสต์ศักราช) ว่าจุดนี้อยู่ใต้ดาวเมซาร์ธีม และกลุ่มดาวแกะก็ถูกนำมาใช้เพื่อเริ่มต้นของกลุ่มดาวจักราศี และเพื่อให้จุดวสันตวิษุวัตเป็นที่รู้จักกันทั่วไปจึงเรียกว่าเป็นจุดแรกแห่งกลุ่มดาวแกะ (First point of Aries) แต่เนื่องจากการส่ายของแกนหมุนของโลก ทำให้จุดวสันตวิษุวัตเกิดการย้ายตำแหน่ง นับตั้งแต่ที่ฮิพพาร์ชชัสได้กำหนดตำแหน่งขอจุดวสันตวิษุวัตจนมาถึงปัจจุบัน จุดวสันตวิษุวัตได้ย้ายตำแหน่งห่างจากจุดเดิมมาเป็นระยะเชิงมุมประมาณ 30 องศา และขณะนี้จุดวสันตวิษุวัตอยู่ใกล้เคียงกับหัวปลาทางใต้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มดาวปลาคู่ ซึ่งประมาณวันที่ 21 มีนาคมของทุกปี ดวงอาทิตย์จะเคลื่อนที่เข้ามาอยู่ในบริเวณจุดวสันตวิษุวัตนี้ ทำให้ในวันนี้มีช่วงระยะเวลากลางวันและกลางคืนเท่ากันพอดี ทั่วทั้งโลก ในรอบปี 1 ปี จะมีแค่ 2 วัน ที่มีช่วงระยะเวลากลางวันและกลางคืนเท่ากันพอดี และในบางครั้งจุดวสันตวิษุวัตอาจถูกเรียกว่ามีนาวิษุวัต” (The March Equinox) หรือจุดศูนย์ แอร์เรียส” (0 Aries) 

 

รูปที่ 5 แสดงตำแหน่งของจุดวสันตวิษุวัตในอดีตเปรียบเทียบตำแหน่งในปัจจุบัน

 

ประวัติศาสตร์และตำนาน

        กลุ่มดาวแกะได้รับการยอมรับ ในขณะที่เป็นกลุ่มดาวอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีพื้นที่ระบุอยู่บนท้องฟ้า โดยสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล ซึ่งกลุ่มดาวแกะถูกกำหนดไว้ตามเดิมที่มีการระบุของดาวไว้ในตำราโบราณ และยังเป็นกลุ่มดาวที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในปัจจุบันรูปแบบของกลุ่มดาวรวมทั้งดาวที่อยู่พื้นที่โดยรอบยังคงอยู่เช่นเดิม ในคำอธิบายของกลุ่มดาวจักราศีที่จารึกในแผ่นดินเหนียวที่กำหนดโดยชาวบาบิโลน ซึ่งยุคนั้นรู้จักกันในชื่อ มัล อาพิน (MUL.APIN) เป็นกลุ่มดาวที่รู้จักกันในปัจจุบันว่าเป็นกลุ่มดาวแกะ ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายตามเส้นสุริยวิถี กลุ่มดาวมัล อาพิน เป็นกลุ่มดาวในการเพิ่มต้นของตารางดาวที่ครอบคลุมซึ่งน่าจะทำหน้าที่เป็นปฏิทินการเกษตร สมัยใหม่วันแกะ (day Aries) เป็นที่รู้จักในชื่อ มัลลู ฮูน กา (MULLÚ.HUN.GÁ) ซึ่งมีความหมายว่าเกษตรกร” (The Agrarian Worker) หรือกรรมกรรับจ้าง” (The Hired Man) ถึงแม้ว่าจะมีการเรียบเรียงในช่วงก่อนคริสต์ศักราชที่ 12 หรือศตวรรษที่ 11 กลุ่มดาวมัล อาพินสะท้อนให้เห็นถึงการสืบทอดต่อกันมาของจุดวสันตวิษุวัต ซึ่งอยู่ที่กระจุกดาวลูกไก่ (Pleiades as the vernal equinox) เป็นกรณีที่มีความแม่นยำอยู่บาง ที่จุดเริ่มต้นของยุคสำริดกลาง ซึ่งเป็นตำแหน่งอ้างอิงที่เก่าแก่ที่สุดที่สามารถระบุตัวกลุ่มดาวแกะเป็นกลุ่มดาวที่ชัดเจนมาจากขอบหินว่าเมื่อ 1350 – 1000 ก่อนคริสตศักราช จารึกบนก้อนหินหลายก้อน (Boundary Stones) จักรราศีแกะได้ถูกนำเสนอในรูปแบบที่มีความแตกต่างไปจากอักขระอื่น ซึ่งในการเปลี่ยนแปลงนี้ระบุว่าแปลงจากกลุ่มดาวกรรมกรรับจ้าง (Hired laborer) มาเป็นแกะ และการเปลี่ยนแปลงนี้อาจเกิดในภายหลังที่สังคมบาบิโลนมีการเติบโตทางด้านสมาคม ด้วยดูมูซิ (Dumuzi) เมื่อเวลาผ่านไปกลุ่มดาวมัลอาปินได้ถูกสร้างขึ้น 1000 ปีก่อนคริสตศักราช ในยุดใหม่นี้กลุ่มดาวแกะถูกระบุว่าเป็นทั้งแกะและกรรมกรรับจ้างระยะเวลาที่แน่นอนของการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเรื่องยากที่จะกำหนด เนื่องจากขาดภาพหลักฐานที่จะแสดงว่าเป็นกลุ่มดาวแกะ หรือรูปอื่น ที่เป็นรูปของแกะ

        นักดาราศาสตร์ชาวมุสลิมในยุคกลางวาดภาพกลุ่มดาวแกะในรูปแบบต่าง เช่น นักดาราศาสตร์ชื่อ อัล ซูฟิ (al-Sufi) เห็นกลุ่มดาวนี้เป็นภาพแกะเป็นรูปแบบที่มีมาก่อนหน้าของปโตเลมี แต่ทรงกลมท้องฟ้าบางส่วนของชาวอิสลามอาจจะวาดภาพเขาของกวางแทนแกะ แต่จัดเข้าพวกสัตว์สี่ขาไม่ได้  ชาวเบดูอินบางส่วนสังเกตเห็นกลุ่มดาวแกะที่อื่นในท้องฟ้า กลุ่มดาวนี้มีจุดเด่นคือหางของแกะเป็นกระจุกดาวลูกไก่ การก่อรูปของกลุ่มดาวแกะที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปของชาวอาหรับประกอบด้วยดาวฤกษ์ 13 ดวง และในรูปยังมีดาวอีก 5 ดวงยังไม่เป็นรูปซึ่ง 4 ดวง อยู่ในช่วงระหว่างขาของแกะ และอีก 1 ดวง คือดาวที่มีการโต้แย้งที่อยู่เหนือหัวของแกะ ในภาพวาดของ อัล ซูฟิ แตกต่างไปจากนักดาราศาสตร์ชาวอาหรับทั้งอื่น และภาพวาดแตกต่างของแฟรมสตีด

 

รูปที่ 6 ภาพวาดกลุ่มดาวแกะ ของชาวอาหรับ

 

        กลุ่มดาวโบราณที่ถูกเลิกใช้แล้วและยุบรวมกับกลุ่มดาวแกะ เช่นกลุ่มแมลงวันเหนือ (Musca Borealis) กลุ่มดาว (Vespa) และกลุ่มดาว (Apis) ได้รับทั้งหมดประกอบด้วยดาวเหนือ

        แมลงวันเหนือ ถูกยุบรวมกับกลุ่มดาวแกะ ซึ่งประกอบด้วย ดวง 33 แอร์เรียทีส (33 Arietis) ดาว 35 แอร์เรียทีส (35 Arietis) ดาว 39 แอร์เรียทีส (39 Arietis) และ ดาว 41 แอร์เรียทีส (41 Arietis)

 

รูปที่ 7 แสดงภาพวาดกลุ่มดาวแพะ และกลุ่มดาวแมลงวันเหนือ (Musca Borealis) 

 

        ในปี .. 2465 (..1922) สหพันธ์ดาราศาสตร์สากลกำหนดอักษรย่อสามตัวที่ใช้แทนชื่อเต็มของกลุ่มดาวแกะ “Ari” และต่อมาในปี ..2473 (..1930) พื้นที่ของกลุ่มดาวแกะก็ได้ถูกกำหนดอย่างเป็นทางการโดย ยูจีน เดลพอร์ต (Eugène Delporte) เป็นรูปหลายเหลี่ยมจาก 12 ส่วน

 

        ในประเทศไทยเองก็มีชื่อเรียกกลุ่มดาวแกะนี้เช่นกัน โดยเรียกว่ากลุ่มดาวอัศวณี หรืออาจเรียกได้อีกอย่างคือกลุ่มดาวอัสสวรณี 

 

รูปที่ 8 ภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง ในพระอุโบสถวัดราชนัดดาราม จิตรกรได้วาดภาพกลุ่มดาวมาฆะ ซึ่งวาดเทวดาแทนตำแหน่งของดาวฤกษ์ที่อยู่ในกลุ่มดาวนี้แต่มีแค่ 5 องค์ เท่านั้น ภาพถ่ายโดยผู้เขียน ถ่ายเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม .. 2552

 

        ส่วนทางภาคกลางของประเทศมองเห็นกลุ่มดาวอัศวณีเป็นรูปม้า คอม้า และหางหนู

 

รูปที่ 9 ภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง ในอุโบสถของวัดคงคาราม เป็นวัดของชาวมอญ มีอายุประมาณ 300 กว่าปี อยู่ที่ตำบลคลองตาคต อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี จิตรกรได้วาดภาพกลุ่มดาวอัศวณี เป็นรูปม้าอยู่ในวงกลมที่ล้อมรอบตัวช้างเอาไว้ทั้งตัว แต่ไม่มีเครื่องหมายบอกตำแหน่งของดาว ภาพถ่ายโดยผู้เขียน ถ่ายเมื่อวันที่ 8 กันยายน .. 2552

 

วัตถุท้องฟ้าในกลุ่มดาวแกะ

        ในกลุ่มดาวแกะนี้มีวัตถุท้องฟ้าในห้วงลึกอยู่ไม่กี่วัตถุ โดยเป็นวัตถุมีความสว่างที่จางมาก ซึ่งมีหลายกาแล็กซีที่มีความน่าสนใจทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะรูปร่างของกาแล็กซีแบบต่าง เช่น กาแล็กซีกังหัน กาแล็กซีทรงรี และกาแล็กซีที่อยู่ในขั้นตอนการรวมตัวกันจากการชนของ 2 กาแล็กซี

        วัตถุท้องฟ้าแรกคือ NGC 772 เป็นกาแล็กซีกังหัน มีค่าระดับความสว่างด้วยรวมของกาแล็กซีเท่ากับ 10.3 ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของดาวเซราทาน หรือดาวเบต้า แอร์เรียทีส และอยู่ห่างจากดาว 15 แอร์เรียทีส ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 15 อาร์คนาที โดย NGC 772 นี้สามารถใช้กล้องโทรทรรศน์ระดับสมัครเล่นทำการสังเกตได้ ซึ่งกาแล็กซีนี้เป็นกาแล็กซีที่ค่อนข้างสว่าง และผู้สังเกตจะเห็นกาแล็กซีเป็นรูปทรงรีที่ค่อนข้างชัดเจนในความมืด กาแล็กซีจะมีขนาดเชิงมุมที่ปรากฏประมาณ 4.2 อาร์ควินาที และความสว่างที่ผิวของกาแล็กซีมีค่าระดับความสว่างด้วยรวมของกาแล็กซีเท่ากับ 13.6 เป็นค่าความสว่างที่ต่ำกว่าค่าความสว่างโดยรวมของกาแล็กซีอย่างมีนัยสำคัญ NGC 772 เป็นกาแล็กซีที่ถูกจัดให้อยู่ในประเภท SA(s)b ซึ่งหมายความว่า NGC 772 เป็นกาแล็กซีกังหันแบบไม่มีแถบ (Unbarred spiral galaxy) ไม่มีแหวนครอบส่วนโป่งกลางค่อนข้างมีความโดดเด่น และแขนที่เป็นเกลียวคดเคี้ยวมีดาวอยู่อย่างค่อนข้างหนาแน่น แขนหลักอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกาแล็กซี เป็นบริเวณที่ก่อกำเนิดดาวจำนวนมาก ซึ่งในบริเวณดังกล่าวเกิดจากแรงโน้มถ่วงของการรวมตัวกันกับกาแล็กซีอื่นก่อนหน้านี้ ในบริเวณข้าง ของ NGC 772 ยังมีกาแล็กซีขนาดเล็กอยู่ใกล้ คือ NGC 770 โดยกาแล็กซีทั้ง 2 อยู่ห่างกันเป็นระยะทาง 113,000 ปีแสง เมื่อทั้ง 2 ร่วมกันจะถูกจัดให้เป็น Arp 78 ในบัญชี Arp เป็นกาแล็กซีที่แปลกประหลาด NGC 772 มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 240,000 ปีแสง และอยู่ห่างจากโลกออกไปประมาณ 114 ล้านปีแสง 

        กาแล็กซีกังหันอื่น ในกลุ่มดาวแกะ เช่น NGC 673 ถูกค้นพบเมื่อปี ..2328 (..1785) โดยวิลเลียมเฮอร์เชล กาแล็กซีนี้หันหน้ามายังโลก และถูกจัดให้อยู่ในประเภท SAB (s)c เป็นกาแล็กซีกังหันแบบมีแถบสั้น มีแขนที่เป็นเกลียวคดเคี้ยวดาวอยู่อย่างหลวม เป็นกาแล็กซีกังหันที่ไม่มีวงแหนนครอบอยู่ บริเวณส่วนโป่งกลางมีขนาดเชิงมุมเท่ากับ 1.9 อาร์นาที กาแล็กซีนี้มีแขนกังหันหลักด้วยกันสองแขน ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากแกนกลางของกาแล็กซี และกาแล็กซีนี้มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 171,000 ปีแสง อยู่ห่างจากโลกออกไปเป็นระยะทาง 235 ล้านปีแสง

 

 

รูปที่ 10    NGC 772                                                               NGC 673

รูป NGC 772 อนุเคราะห์โดย Stephen Leshin

รูป NGC 673 อนุเคราะห์โดย http://cseligman.com/text/atlas/ngc6a.htm#673 

 

        วัตถุท้องฟ้าต่อไปในกลุ่มดาวแกะ คือ NGC 678 และ NGC 680 เป็นกาแล็กซีคู่ในกลุ่มดาวแกะทั้งสองอยู่ห่างกันเพียง 200,000 ปีแสง และทั้งสองกาแล็กซีเป็นสมาชิกของกลุ่มกาแล็กซี NGC 691 ซึ่งทั้งสองอยู่ที่ระยะทางประมาณ 130 ล้านปีแสง 

        NGC 678 เป็นกาแล็กซีกังหันที่หันด้านข้างเข้าหาโลก ทำให้ผู้สังเกตสามารถสังเกตช่องทางฝุ่นด้านข้างของกาแล็กซีที่มีความโดดเด่นนี้ได้ และ NGC 678 ยังเป็นกาแล็กซีขนาดใหญ่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 171,000 ปีแสง ซึ่งมีขนาดเชิงมุมปรากฏในท้องฟ้าประมาณ 4.5 อาร์คนาที และ NGC 680 เป็นกาแล็กซีทรงรีที่โครงสร้างแบบไม่สมมาตร มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 72,000 ปีแสง ทั้งสองกาแล็กซีมีแกนกลางที่สว่าง มีค่าระดับความสว่างเท่ากับ 12.9

 

รูปที่ 11  NGC 678 and NGC 680

ภาพถ่ายโดย Adam Block/Mount Lemmon SkyCenter/University of Arizona

 

        NGC 691 เป็นกาแล็กซีกังหัน ที่มีแขนกังหันหลายแขน และมีแกนกลางที่สว่าง กาแล็กซีนี้จะเอียงทำมุมเล็กน้อย ในแนวระดับสายตาของผู้สังเกต NGC 691 มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 126,000 ปีแสง อยู่ห่างจากโลกไปประมาณ 124 ล้านปีแสง

 

รูปที่ 12 NGC 691

http://cseligman.com/text/atlas/ngc6a.htm#691

 

        วัตถุท้องฟ้าอีกวัตถุหนึ่งที่จะแนะนำคือ NGC 821 เป็นกาแล็กซีทรงรี ที่ถูกจัดให้อยู่ในประเภทกาแล็กซีทรงรี E6 ซึ่งจากรูปร่างที่ผิดปกติ และอาจเป็นโครงสร้างของกาแล็กซีกันหังในช่วงต้น NGC 821 มีขนาดเชิงมุมประมาณ 2.6 อาร์คนาที และค่าระดับความสว่างปรากฏของกาแล็กซีเท่ากับ 11.3 มีเส้นผ่าศูนย์กลางของกาแล็กซีประมาณ 61,000 ปีแสง อยู่ห่างจากโลกออกไปเป็นระยะทาง 80 ล้านปีแสง

        อีกกาแล็กซีหนึ่งที่มีรูปร่างผิดปกติในกลุ่มดาวแกะ คือ Segue 2 ซึ่งเป็นกาแล็กซีแคระ (Dwarf galaxy) ที่เป็นกาแล็กซีบริวารของกาแล็กซีทางช้างเผือกที่เพิ่งค้นพบ และมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นเศษซากที่หลงเหลือมาจากยุคของ (Reionization) จนมาถึงปัจจุบัน


ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ

ดาวเคียงเดือน

        ในช่วงหัวค่ำของวันที่ 8 – 9 กันยายน เวลาประมาณ 18:30 . ผู้สังเกตการณ์สามารถสังเกตปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือนนี้ได้ในกลุ่มดาวหญิงสาว โดยปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือนนี้ ประกอบไปดวงจันทร์ (ขึ้น 3 – 4 ค่ำตามลำดับ) ด้วยดาวเสาร์ ดาวศุกร์ และดาวสไปกา

 

รูปที่ 13 จำลองปรากฏการณ์ดาวเคราะห์ชุมนุม ในวันที่ 8 กันยายน เวลา 18:30 .

 

รูปที่ 14 จำลองปรากฏการณ์ดาวเคราะห์ชุมนุม วันที่ 9 กันยายน เวลา 18:30 .

 

ตารางที่ 2 แสดงปรากฏการณ์ในเดือนกันยายน 2556

วันที่

ปรากฏการณ์

1

  - ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวพฤหัสบดี 5.6 องศาด้านเหนือของดวงจันทร์

2

  - ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวอังคาร 6.75 องศาด้านเหนือของดวงจันทร์

5

  - จันทร์ดับ

6

  - ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวพุธ 5.05 องศาด้านเหนือของดวงจันทร์

8

  - ดาวอังคารปรากฏอยู่กระจุกดาวรวงผึ้ง (M44)

 

  - ดาวเคราะห์ชุมนุม ประกอบด้วย ดวงจันทร์ ดาวศุกร์ ดาวเสาร์

 

  - ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวสไปก้า 2.25 องศา

9

  - ดาวอังคารปรากฏอยู่กระจุกดาวรวงผึ้ง (M44)

10

  - ดาวเคราะห์ชุมนุม ประกอบด้วย ดวงจันทร์ ดาวศุกร์ ดาวเสาร์

11

  - ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวแอนทาเรส 7.23 องศาด้านเหนือของดวงจันทร์

13

  - จันทร์กึ่งแรก

18

  - ดาวศุกร์อยู่ใกล้ดาวเสาร์ 3.46 องศา

19

  - จันทร์เพ็ญ

23

  - วันศารทวิษุวัต (Autumnal Equinox)

25

  - ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวอัลเดบาแรน 4 องศา

 

  - ดาวพุธอยู่ใกล้ดาวสไปก้า 0.92 องศา

27

  - จันทร์กึ่งหลัง

 


ดาวเคราะห์ในเดือนกันยายน 2556

        ในช่วงเดือนกันยายนนี้เราสามารถสังเกตเห็นดาวเคราะห์ ได้ทั้งหมด 5 ดวง คือ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ ซึ่งทั้ง 5 ดวง เราสารมารถทำการสังเกตได้ตลอดเดือนกันยายนนี้ 

 

รูปที่ 15 แสดงลักษณะปรากฏของดาวเคราะห์ในช่วงเดือนกันยายน

 

ดาวพุธ

        ในช่วงต้นเดือนกันยายนผู้สังเกตจะยังไม่สามารถมองเห็นดาวพุธได้เนื่องจากดาวพุธอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากทำให้สังเกตการณ์ดาวพุธได้ยาก ซึ่งกว่าผู้สังเกตจะสามารถมองเห็นดาวพุธได้ก็สามารถเกือบปลายเดือน ซึ่งจะสามารถสังเกตเห็นได้ในช่วงเย็นทางทิศตะวันตก แต่มีเวลาไม่นานที่จะสามารถสังเกตเห็นดาวพุธได้ก่อนที่ดาวพุธจะตกลับขอบตามดวงอาทิตย์ไป โดยในช่วงเดือนกันยายนนี้ดาวพุธจะมีค่าความสว่างปรากฏอยู่ในช่วง 0.10 ถึง 0.09       

 

ตารางที่ 3 เวลาการขึ้น-ตก ของดาวพุธ ตามเวลาสากล (UT) ประเทศไทยให้บวกเพิ่มอีก 7 ชั่วโมง

วัน/เดือน

เวลา (UT)

ขึ้น

กลางฟ้า

ตก

 

1 กันยายน

23:45

05:52

12:02

 

2 กันยายน

23:48

05:55

12:04

 

3 กันยายน

23:52

05:57

12:06

 

4 กันยายน

23:55

06:00

12:07

 

5 กันยายน

23:58

06:02

12:09

 

6 กันยายน

-

06:04

12:10

 

7 กันยายน

00:01

06:07

12:12

 

8 กันยายน

00:04

06:09

12:13

 

9 กันยายน

00:07

06:11

12:14

 

10 กันยายน

00:10

06:13

12:15

 

11 กันยายน

00:13

06:15

12:16

 

12 กันยายน

00:15

06:17

12:17

 

13 กันยายน

00:18

06:18

12:18

 

14 กันยายน

00:21

06:20

12:19

 

15 กันยายน

00:23

06:22

12:20

 

16 กันยายน

00:25

06:23

12:21

 

17 กันยายน

00:28

06:25

12:22

 

18 กันยายน

00:30

06:26

12:22

 

19 กันยายน

00:32

06:28

12:23

 

20 กันยายน

00:34

06:29

12:24

 

21 กันยายน

00:36

06:30

12:24

 

22 กันยายน

00:38

06:32

12:25

 

23 กันยายน

00:40

06:33

12:25

 

24 กันยายน

00:42

06:34

12:26

 

25 กันยายน

00:44

06:35

12:26

 

26 กันยายน

00:46

06:36

12:26

 

27 กันยายน

00:47

06:37

12:27

 

28 กันยายน

00:49

06:38

12:27

 

29 กันยายน

00:51

06:39

12:27

 

30 กันยายน

00:52

06:40

12:27

 

 

 

ดาวศุกร์

        ในช่วงเดือนกันยายนนี้เราจะสามารถสังเกตเห็นดาวศุกร์ในช่วงหัวค่ำซึ่งดาวศุกร์จะอยู่สูงจากขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันตก ประมาณ 26 องศา ผู้สังเกตจะสามารถมองเห็นดาวศุกร์ปรากฏอยู่ในกลุ่มดาวสิงโตหลังจากที่ดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าไปไม่นานและสามารถสังเกตเห็นดาวศุกร์ได้จนถึงเวลา 20:30 . ก่อนที่ดาวศุกร์จะตกลับขอบฟ้าไป โดยในช่วงเดือนกันยายนนี้ดาวศุกร์จะมีค่าความสว่างปรากฏอยู่ในช่วง -3.53 ถึง -3.74

 

ตารางที่ 4 เวลาการขึ้นตก ของดาวศุกร์ ตามเวลาสากล (UT) ประเทศไทยให้บวกเพิ่มอีก 7 ชั่วโมง

วัน/เดือน

เวลา (UT)

ขึ้น

กลางฟ้า

ตก

หมายเหตุ

1 กันยายน

01:55

07:49

13:44

 

2 กันยายน

01:55

07:50

13:43

 

3 กันยายน

01:56

07:50

13:43

 

4 กันยายน

01:57

07:50

13:43

 

5 กันยายน

01:58

07:51

13:43

 

6 กันยายน

01:59

07:51

13:43

 

7 กันยายน

02:00

07:51

13:42

 

8 กันยายน

02:01

07:52

13:42

 

9 กันยายน

02:02

07:52

13:42

 

10 กันยายน

02:03

07:52

13:42

 

11 กันยายน

02:03

07:53

13:42

 

12 กันยายน

02:04

07:53

13:42

 

13 กันยายน

02:05

07:54

13:42

 

14 กันยายน

02:06

07:54

13:42

 

15 กันยายน

02:07

07:54

13:41

 

16 กันยายน

02:08

07:55

13:41

 

17 กันยายน

02:09

07:55

13:41

 

18 กันยายน

02:10

07:56

13:41

 

19 กันยายน

02:11

07:56

13:41

 

20 กันยายน

02:12

07:57

13:41

 

21 กันยายน

02:13

07:57

13:41

 

22 กันยายน

02:14

07:58

13:41

 

23 กันยายน

02:15

07:58

13:41

 

24 กันยายน

02:16

07:59

13:41

 

25 กันยายน

02:17

07:59

13:41

 

26 กันยายน

02:18

08:00

13:41

 

27 กันยายน

02:19

08:00

13:42

 

28 กันยายน

02:20

08:01

13:42

 

29 กันยายน

02:21

08:01

13:42

 

30 กันยายน

02:22

08:02

13:42

 

 

 

ดาวอังคาร

        ในเดือนสิงหาคมผู้สังเกตจะสามารถมองเห็นดาวอังคารได้ในช่วงเช้ามืดจากทางทิศตะวันออก โดยดาวอังคารจะเริ่มโผล่พ่นขอบฟ้าออกมาในเวลา 03:50 . โดยในช่วงเดือนกันยายนนี้ดาวอังคารจะมีค่าความสว่างปรากฏอยู่ในช่วง 1.84 ถึง 1.80 

 

ตารางที่ 5 เวลาการขึ้น-ตก ของดาวอังคาร ตามเวลาสากล (UT) ประเทศไทยให้บวกเพิ่มอีก 7 ชั่วโมง

วัน/เดือน

เวลา (UT)

ขึ้น

กลางฟ้า

ตก

หมายเหตุ

1 กันยายน

20:36

03:03

09:28

 

2 กันยายน

20:35

03:01

09:26

 

3 กันยายน

20:34

03:00

09:25

 

4 กันยายน

20:33

02:59

09:23

 

5 กันยายน

20:32

02:57

09:22

 

6 กันยายน

20:31

02:56

09:20

 

7 กันยายน

20:29

02:55

09:19

 

8 กันยายน

20:28

02:53

09:17

 

9 กันยายน

20:27

02:52

09:16

 

10 กันยายน

20:26

02:51

09:14

 

11 กันยายน

20:25

02:49

09:13

 

12 กันยายน

20:24

02:48

09:11

 

13 กันยายน

20:22

02:47

09:10

 

14 กันยายน

20:21

02:45

09:08

 

15 กันยายน

20:20

02:44

09:06

 

16 กันยายน

20:19

02:42

09:05

 

17 กันยายน

20:18

02:41

09:03

 

18 กันยายน

20:16

02:40

09:02

 

19 กันยายน

20:15

02:38

09:00

 

20 กันยายน

20:14

02:37

08:58

 

21 กันยายน

20:13

02:35

08:57

 

22 กันยายน

20:11

02:34

08:55

 

23 กันยายน

20:10

02:32

08:53

 

24 กันยายน

20:09

02:31

08:52

 

25 กันยายน

20:08

02:29

08:50

 

26 กันยายน

20:06

02:28

08:48

 

27 กันยายน

20:05

02:27

08:47

 

28 กันยายน

20:04

02:25

08:45

 

29 กันยายน

20:03

02:24

08:43

 

30 กันยายน

20:01

02:22

08:41

 

 

 

ดาวพฤหัสบดี

       ในเดือนกันยายนผู้สังเกตจะสามารถมองเห็นดาวพฤหัสบดี โดยดาวพฤหัสบดีจะกับมาปรากฏในช่วงเช้ามืดจากทางทิศตะวันออก ซึ่งดาวพฤหัสบดีจะเริ่มโผล่พ่นขอบฟ้าออกมาในเวลา 02:15 . พร้อมกับกลุ่มดาวคนคู่ โดยในช่วงเดือนกันยายนนี้ดาวพฤหัสบดีจะมีค่าความสว่างปรากฏอยู่ในช่วง -1.61 ถึง -1.76

 

ตารางที่ 6 เวลาการขึ้น-ตก ของดาวพฤหัสบดี ตามเวลาสากล (UT) ประเทศไทยให้บวกเพิ่มอีก 7 ชั่วโมง

วัน/เดือน

เวลา (UT)

ขึ้น

กลางฟ้า

ตก

หมายเหตุ

1 กันยายน

19:13

01:43

08:10

 

2 กันยายน

19:10

01:40

08:07

 

3 กันยายน

19:06

01:37

08:04

 

4 กันยายน

19:03

01:34

08:01

 

5 กันยายน

19:00

01:30

07:58

 

6 กันยายน

18:57

01:27

07:54

 

7 กันยายน

18:54

01:24

07:51

 

8 กันยายน

18:50

01:21

07:48

 

9 กันยายน

18:47

01:17

07:45

 

10 กันยายน

18:44

01:14

07:41

 

11 กันยายน

18:41

01:11

07:38

 

12 กันยายน

18:37

01:08

07:35

 

13 กันยายน

18:34

01:04

07:31

 

14 กันยายน

18:31

01:01

07:28

 

15 กันยายน

18:28

00:58

07:25

 

16 กันยายน

18:24

00:55

07:21

 

17 กันยายน

18:21

00:51

07:18

 

18 กันยายน

18:18

00:48

07:15

 

19 กันยายน

18:14

00:45

07:11

 

20 กันยายน

18:11

00:41

07:08

 

21 กันยายน

18:08

00:38

07:05

 

22 กันยายน

18:04

00:34

07:01

 

23 กันยายน

18:01

00:31

06:58

 

24 กันยายน

17:58

00:28

06:55

 

25 กันยายน

17:54

00:24

06:51

 

26 กันยายน

17:51 

00:21

06:48

 

27 กันยายน

17:47

00:18

06:44

 

28 กันยายน

17:44

00:14

06:41

 

29 กันยายน

17:41

00:11

06:37

 

30 กันยายน

17:37

00:07

06:34

 

 

การสังเกตดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี

        ในการสังเกตดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดีในแต่ละคืนตำแหน่งของดวงจันทร์จะมีความแตกต่างกันไป ซึ่งในแต่ละคืนอาจเกิดปรากฏการณ์บนดาวพฤหัสบดี เช่น อุปราคาบนดาวพฤหัสบดี เกิดจากเงาของดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดีเอง เมื่อผู้สังเกตดูปรากฏการณ์นี้ผ่านกล้องโทรทรรศน์จะเห็นเป็นจุดสีดำบนดาวพฤหัสบดี ซึ่งอาจเกิดได้มากสุดถึง 4 ดวง

 

รูปที่ 16 แสดงตำแหน่งดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดีในช่วงเดือนกันยายน

 

ดาวเสาร์

        ดาวเสาร์ในช่วงเดือนกันยายนนี้ยังเป็นดาวเคราะห์อีกดวงหนึ่งที่ปรากฏให้เห็นในช่วงหัวค่ำ ซึ่งจะปรากฏสูงจากขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันตกประมาณ 32 องศา โดยผู้สังเกตจะสามารถมองเห็นดาวเสาร์ปรากฏอยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาวใกล้ดาวแคบป้า เวอร์จินิส และสามารถสังเกตเห็นดาวศุกร์ได้จนถึงเวลา 21:30 . ก่อนที่ดาวเสาร์จะตกลับขอบฟ้าไป โดยในช่วงเดือนกันยายนนี้ดาวเสาร์จะมีค่าความสว่างปรากฏอยู่ในช่วง 0.89 ถึง 0.85

 

ตารางที่ 7 เวลาการขึ้น-ตก ของดาวเสาร์ ตามเวลาสากล (UT) ประเทศไทยให้บวกเพิ่มอีก 7 ชั่วโมง

วัน/เดือน

เวลา (UT)

ขึ้น

กลางฟ้า

ตก

หมายเหตุ

1 กันยายน

03:15

09:04

14:52

 

2 กันยายน

03:11

09:00

14:49

 

3 กันยายน

03:08

08:56

14:45

 

4 กันยายน

03:04

08:53

14:41

 

5 กันยายน

03:00

08:49

14:38

 

6 กันยายน

02:57

08:45

14:34

 

7 กันยายน

02:53

08:42

14:30

 

8 กันยายน

02:50

08:38

14:27

 

9 กันยายน

02:46

08:35

14:23

 

10 กันยายน

02:43

08:31

14:19

 

11 กันยายน

02:39

08:27

14:16

 

12 กันยายน

02:36

08:24

14:12

 

13 กันยายน

02:32

08:20

14:09

 

14 กันยายน

02:28

08:17

14:05

 

15 กันยายน

02:25

08:13

14:01

 

16 กันยายน

02:21

08:10

13:58

 

17 กันยายน

02:18

08:06

13:54

 

18 กันยายน

02:14

08:02

13:51

 

19 กันยายน

02:11

07:59

13:47

 

20 กันยายน

02:07

07:55

13:43

 

21 กันยายน

02:04

07:52

13:40

 

22 กันยายน

02:00

07:48

13:36

 

23 กันยายน

01:57

07:45

13:33

 

24 กันยายน

01:53

07:41

13:29

 

25 กันยายน

01:50

07:38

13:26

 

26 กันยายน

01:46

07:34

13:22

 

27 กันยายน

01:43

07:31

13:18

 

28 กันยายน

01:39

07:27

13:15

 

29 กันยายน

01:36

07:24

13:11

 

30 กันยายน

01:32

07:20

13:08

 

 

 

ความสุขของคนดูดาว คือ การที่ได้เฝ้ามองท้องฟ้าอันสวยงาม

 

กรกมล ศรีบุญเรือง

เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ชำนาญการ

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

Additional information