ท้องฟ้าในเดือนตุลาคม

Share

ท้องฟ้าในเดือนตุลาคม

 

        สวัสดีครับ สำหรับเดือนตุลาคมนี้เป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวของทางภาคเหนือ ภาคกลางและภาคอีสาน โดยในเดือนกันยายนที่ผ่านมาก็ยังพอมีช่วงที่ท้องฟ้าเปิด ซึ่งสามารถชมแสงดาวได้เป็นบางช่วง และในเดือนตุลาคมนี้หากมีช่วงที่ท้องฟ้าเปิดก็จะสามารถสังเกตเห็นใจกลางทางช้างเผือกทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งมีกลุ่มดาว และวัตถุท้องฟ้าที่สวยงานไม่แพ้เดือนอื่น และยังเป็นช่วงที่มีโอกาสที่สามารถมองเห็นได้มากกว่าในเดือนกันยายน ในช่วงหัวค่ำผู้สังเกตจะยังสามารถมองเห็นดาวฤกษ์ 3 ดาว ที่สว่างลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะ ประกอบด้วยดาวฤกษ์สว่างจาก 3 กลุ่มดาว  คือ กลุ่มดาวหงส์ กลุ่มดาวนกอินทรี และกลุ่มดาวพิณ ซึ่งเรารู้จักกันในชื่อสามเหลี่ยมฤดูร้อนและถัดจากสามเหลี่ยมฤดูร้อนไปทางด้านทิศตะวันออกเราจะเห็นดาวฤกษ์ 4 ดวง ที่เรียงตัวคล้ายกับรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส หรือทีเรารู้จักกันในชื่อสี่เหลี่ยมใหญ่ซึ่งประกอบด้วยดาวฤกษ์สว่างจาก 2 กลุ่มดาว คือกลุ่มดาวม้าปีก และกลุ่มดาวแอนโดรเมดา ซึ่งดาวเรียงเด่นเหล่านี้จะสามารถมองเห็นได้จากทางทิศตะวันออก และในเดือนนี้เรายังสามารถมองเห็นใจกลางทางช้างเผือกปรากฏอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

 

รูปที่ 1 ใจกลางทางช้างเผือก ในวันที่ 22 กันยายน 2556 เวลา 20:00 .

ถ่ายโดยผู้เขียน

 

รูปที่ 2 ท้องฟ้าในเดือนกันยายนเวลา 20:00 .

 

เรื่องเล่ากลุ่มดาว

        กลุ่มดาวปลาคู่ เป็นกลุ่มดาวที่อยู่ทางเหนือของเส้นศูนย์สูตรฟ้า ปลาตัวหนึ่งอยู่ถัดจากสี่เหลี่ยมของกลุ่มดาวม้ามีปีกไปทางใต้ อีกตัวหนึ่งอยู่ถัดไปทางทิศตะวันออก ประกอบด้วยดาวฤกษ์แสงริบหรี่อย่างน้อย 15 ดวง ดวงที่ 1 ถึง 6 เป็นปลาตัวแรก และ ดวงที่ 14 ถึง 15 เป็นปลาตัวที่ 2 ดวงอาทิตย์จะผ่านกลุ่มดาวนี้ระหว่างวันที่ 13 มีนาคม ถึง 19 เมษายน ดวงอาทิตย์จะอยู่บนเส้นศูนย์สูตรฟ้าในวันที่ 21 มีนาคม ซึ่งอยู่ในกลุ่มดาวปลาคู่ วันนี้จะเป็นวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นตรงจุดตะวันออกพอดี และ ตกตรงจุดตะวันตกพอดี เรียกว่า วันวสันตวิษุวัต (Vernal Equinox) ซึ่งกลางวันจะยาวนานเท่ากับกลางคืน กลุ่มดาวปลาคู่จะปรากฏอยู่บนฟ้านานราว 9 ชั่วโมง

        สำหรับเรื่องเล่าในตำนานเทพเจ้ากรีกของกลุ่มดาวปลาคู่นี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตำนานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวนี้ กล่าวว่าจะเกิดขึ้นรอบ แม่น้ำเฟรทส์ บ่งชี้ให้เห็นว่าชาวกรีกได้รับมรดกกลุ่มดาวนี้มาจากชาวบาบิโลน เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ในช่วงต้นของตำนานเทพเจ้ากรีกซึ่งเทพแห่งโอลิมปัสเคยพ่ายแพ้ไททันส์และพวกยักษ์ในการต่อสู้แย่งชิงอำนาจ และหลังจบสงครามไททัน เหล่าเทพเจ้ายังไม่อาจอยู่อย่างสงบสุขได้ เพราะยังมีผู้ที่ไม่พอใจที่เกิดการแย่งชิงบัลลังก์ขึ้นโดยแม่พระธรณีหรือที่รู้จักกันในชื่อไกอา” (Gaia) ซึ่งไกอาไม่พอใจที่ลูก ของนางหรือเหล่าเทพไททันต้องถูกจองจำในหลุมทาทารัสที่มืดมิด เป็นเขตต่ำสุดในนรกที่เทพซุสได้กักขังเหล่าเทพไททัน ไกอาจึงได้ให้กำเนิดสัตว์ประหลาดคู่หนึ่งขึ้นมา คือ ไทฟอน (Typhon) และ อีคิดน่า (Echidna)  โดยไทฟอนเป็นสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมี

        อ้างอิงจากบทกวีของเฮเซียด ไทฟอนเป็นสัตว์ประหลาดมีลักษณะรูปร่างที่เด่นโดยทั่วไปมีหัวคล้ายกับมังกรแต่มีด้วยกันร้อยหัว ซึ่งลิ้นสีดำสะบัดออกมา ดวงตาเป็นประกายไฟในแต่ละหัวดังกล่าว และยังสามารถพ่นไฟได้ มีเสียงลมหายใจของมันคล้ายเสียงขู่ฟ่อๆ ของงูร้อยตัวรวมกัน และเสียงดังคำรามคล้ายกับเสียงสิงโตร้อยตัวรวมกัน

        บางตำนานก็กล่าวว่าไทฟอนมีลักษณะร่างกายท่อนบนเป็นมนุษย์ ส่วนท่อนล่างเป็นงูยักษ์ที่มีขนาดยาวนับร้อยกิโลเมตร มีหัวเป็นลาขนาดใหญ่ และมีปีกเหมือน นกอินทรี นอกจากแต่ละนิ้วของไทฟอนยังเป็นงูอีกด้วย ซึ่งเวลาที่สัตว์ประหลาดไทฟอนมันเคลื่อนตัวไปไหนจะเกิดเป็นลมพายุหมุนขนาดใหญ่เพราะอำนาจอิทธิฤทธิ์ของสัตว์ประหลาดตัวนี้ ส่วนอีคิดน่านั้นเป็นภรรยาของไทฟอนต่อมาคำว่าไทฟอนก็เพี้ยนมากลายเป็นไทฟูน” (Typhoon) หรือไต้ฝุ่นซึ่งหมายถึงพายุหมุนที่เรารู้จักกันดีจนถึงทุกวันนี้ ส่วนอีคิดน่านั้นเป็นภรรยาของไทฟอน

        ในสงครามครั้งนี้เหล่าทวยเทพถูกไทฟอนโจมตีอย่างหนัก เหล่าทวยเทพพยายามที่จะหลบหนีโดยการปลอมตัว โดยมหาเทพซุสปลอมตัวเป็นแกะตัวผู้ ราชินีแห่งทวยเทพเฮราปลอมตัวเป็นวัวสีขาว และเทพแบ็คคัสหรือเทพแพน ปลอมตัวเป็นแพะตัวผู้ เมื่อสัตว์ประหลาดไทฟอนหาเหล่าทวยเทพเจอและเข้ามาประชิด เทพแพนเห็นเขาเข้าซึ่งแจ้งเตือนเหล่าทวยเทพองค์อื่น ด้วยเสียงตะโกน เทพแพนเองก็กระโดดลงไปในแม่น้ำ และเปลี่ยนร่างตัวเองเป็นแพะปลา (Goat-fish) ตัวแทนจากกลุ่มดาว   (Capricornus) ซึ่งกลุ่มดาวนี้ก็ได้รับการสืบทอดมาจากชาวบาบิโลน และเมื่อเทพีอโฟรไดท์ (Aphrodite) และลูกของนางอีรอส (Eros) ได้ยินเสียงเสียงตะโกนของเทพแพนขณะที่ทั้งสองกำลังเดินเล่นอยู่บริเวณฝั่งของแม่น้ำยูเฟรตีส (Euphrates) ทั้งสองจึงได้หลบเข้าไปอยู่ในพุ่มไม้ที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำ แต่เมื่อมีลมพัดมาทำให้เกิดเสียงดังทำให้เทพีอโฟรไดท์เกิดความกลัวขึ้นมา จึงได้อุ้มอีรอสมาอยู่บนตัก และเรียกร้องขอเพื่อขอความช่วยเหลือจากพรายน้ำ และกระโดดลงไปในแม่น้ำ ในต้นฉบับแรกของเรื่อง กล่าวว่ามีปลาสองตัวว่ายน้ำขึ้นมาและให้เทพีอโฟรไดท์กับอีรอสขี่บนหลังเพื่อนำตัวไปยังที่ปลอดภัย ถึงแม้ว่าในฉบับที่สองหรืออื่น กล่าวว่าทั้งเทพีอโฟรไดท์และอีรอส ได้เปลี่ยนร่างเป็นปลาด้วยตัวเอง จากตำนานกล่าวว่าเป็นเพราะเรื่องนี้ทำให้ชาวซีเรียจะไม่กินปลา ยังมีอีกแห่งอ้างอิงหนึ่งที่กำหนดโดยไฮจินัส (Hyginus) ในหนังสือแฟบูเล (Fabulae) ซึ่งได้กล่าวไว้ว่าเป็นไข่ที่หล่นลงไปในแม่น้ำยูเฟรตีสและถูกกลิ้งไปยังฝั่งโดยปลา ต่อมานกพิราบได้กกไข่และเทพีอโฟรไดท์ได้ฟักออกจากไข่ใบนั้น ด้วยความซาบซึ้งในบุญคุณซึ่งได้นำปลาไปใส่ไว้ในท้องฟ้า อีราทอสธีเนส (Eratosthenes) เขียนว่าปลาสองตัวเท่านั้นเป็นตัวแทนของกลุ่มดาวปลาคู่ ซึ่งเป็นลูกหลานของปลาที่เป็นตัวแทนจากกลุ่มดาวปลาทางใต้ (Piscis Austrinus)

        ในท้องฟ้าปลาสองตัวจากกลุ่มดาวปลาคู่ตัวแทนของการว่ายน้ำไปในทิศทางที่ตรงข้ามกัน ซึ่งหางของปลาสองตัวถูกมัดร่วมกันด้วยเชือก จากตำนานของชาวกรีกที่นำเสนอไม่มีคำอธิบายที่ดีสำหรับเชือกนี้ แต่ตามประวัติศาสตร์ที่ พอล คูนิทซ์ (Paul Kunitzsch) ได้ศึกษาจากตำนานของชาวบาบิโลนมองเห็นคู่ของปลาถูกมัดด้วยเชือกเข้าด้วยกันในบริเวณนี้ จึงเห็นได้ชัดว่าชาวกรีกได้นำตำนานนี้มาจากชาวบาบิโลน ถึงแม้ว่าความสำคัญของเชือกจะหายไป ดังนั้นตำนานกลุ่มดาวปลาคู่ที่ กล่าวว่าเทพีอโฟรไดท์และอีรอส ได้เปลี่ยนร่างเป็นปลาด้วยตัวเอง ซึ่งในระหว่างที่หนีนั้นเทพีอโฟรไดท์ได้ใช้เชือกผูกหางตัวเองกับลูกเอาไว้ เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่หลงกัน และเพื่อเป็นการระลึกถึงในเหตุการณ์นี้ทำให้ปลาคู่เป็นกลุ่มดาวประดับในท้องฟ้า นั้นเป็นการแสดงเพิ่มเข้าไปในตำนานของชาวกรีก

        กลุ่มดาวปลาคู่เป็นกลุ่มดาวจาง มีดาวฤกษ์ที่สำคัญที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวคือ ดาวอัลฟา ไฟซิส (Alpha Piscium) หรือมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ดาวอัลเรสชา (Alrescha) ซึ่งมีค่าความสว่างเพียงแค่

 

รูปที่ 3 แสดงตำแหน่งดาวฤกษ์ภายในกลุ่มดาวปลาคู่

 

ตารางที่ 1 แสดงชื่อดาวและรายละเอียดของดาวที่สำคัญในกลุ่มดาวปลาคู่

ชื่อดาว

ค่าความสว่าง

ปรากฏ

ค่าความสว่าง

สัมบูรณ์

ชื่อเฉพราะ

ชื่ออ่านภาษาไทย

ชื่อสามัญ

ชื่อในภาษาไทย

Alpherg

อัลแฟร์ก

ηPsc

ไม่มี

3.62

−1.16

Simmah

ซิมมาห์

γPsc

ไม่มี

3.70

0.68

Vernalis

เวอร์นาลิส

ω Sco

ไม่มี

4.03

1.47

Torcularis Septentrionalis

เทอร์คูลาริส เซฟเทนทริโอนาลิส

ι Sco

ไม่มี

4.13

3.43

Alrescha

อัลเรสชา

αPsc

ไม่มี

4.33

 

Kaht

แกท

εPsc

ไม่มี

4.27

0.44

Linteum

ลินเทอัม

δPsc

ไม่มี

4.44

−0.42

Fum al Samakah

ฟุม อัล ซามากา

β Psc

ไม่มี

4.48

−1.42

Anunitum

อนูนิตัม

τPsc

ไม่มี

4.51

1.03

 

 

รูปที่ 4 ภาพวาดของกลุ่มดาวปลาคู่ ซึ่งมีสายเชื่อมต่อระหว่างหางของปลาทั้งสองตัว รูปจากหนังสือ Atlas Coelestis ของ จอห์น แฟลมสตีด (John Flamsteed)

รูปอนุเคาระห์โดย Linda Hall Library of Science, Engineering & Technology 2005.


ตารางที่ 2 แสดงปรากฏการณ์ในเดือนตุลาคม 2556

วันที่

ปรากฏการณ์

2

- ดาวพลูโตอยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับดวงอาทิตย์ ไปทางทิศตะวันออก

4

- ดาวยูเรนัสอยู่ที่ตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์

5

- จันทร์ดับ

7

- ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวเสาร์ 4.03 องศา

- ดาวเคียงเดือน ดาวเสาร์ ดาวศุกร์

8

- ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวศุกร์ 4.35 องศา

9

- ดาวพุธอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ ไปทางทิศตะวันออกมากที่สุด

12

- จันทร์กึ่งแรก

- ดาวพฤหัสบดีอยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับดวงอาทิตย์ ไปทางทิศตะวันตก

16

- ดาวอังคารอยู่ใกล้ดาวเรกูลัส 0.96 องศา

19

- จันทร์เพ็ญ

- ปรากฏการณ์จันทรุปราคาแบบเงามัว

21

ฝนดาวตกโอไลโอนิดส์ อัตราการตก 25 ดวงต่อชั่วโมง

23

- ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวอัลเดบาแรน 5.33 องศา

26

- ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวพฤหัสบดี 4.95 องศา

27

- จันทร์กึ่งหลัง

29

ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวเรกูลัส 5.85 องศา

30

ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวอังคาร 5.10 องศา

- ดาวศุกร์อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ ไปทางทิศตะวันออกมากที่สุด

 

 

ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเงามัวบางส่วนในวันที่ 19 ตุลาคม 2556 

        ในเดือนตุลาคมนี้จะปรากฏการจันทรุปราคาเงามัวบางส่วนให้ชมกัน แต่แสงของดวงจันทร์ที่ถูกเงามัวของโลกบังจะลดลงไม่มากเท่าไร ซึ่งแทบอาจจะสังเกตด้วยตาเปล่าไม่เห็น ซึ่งปรากฏการณ์จันทรุปราคาเงามัวบางส่วนครั้งนี้จะเกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันที่ 19 ตุลาคม โดยดวงจันทร์จะเริ่มสัมผัสกับเงามัวของโลกในเวลา 04:50 . และช่วงที่ดวงจันทร์เข้าไปอยู่ในเงามัวของโลกมากที่สุด 06:50 . และสิ้นสุดในเวลา 08:49 . สำหรับการสังเกตการณ์ตามที่ได้แนะนำเบื้องต้น ผู้สังเกตการณ์อาจจะแทบไม่สังเกตเห็นความแตกต่างของแสงที่ลดลง

 

รูปที่ 5 แผนภาพลำดับการเกิดปรากฏการจันทรุปราคาเงามัวบางส่วนในวันที่ 18 ตุลาคม 2556


ดาวเคราะห์ในเดือนตุลาคม 2556

        ในช่วงเดือนกันยายนนี้เราสามารถสังเกตเห็นดาวเคราะห์ ได้ทั้งหมด 5 ดวง คือ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ ซึ่งทั้ง 5 ดวง เราสามารถทำการสังเกตได้ตลอดเดือนตุลาคมนี้ 

 

รูปที่ 6 แสดงลักษณะปรากฏของดาวเคราะห์ในช่วงเดือนตุลาคม

 

ดาวเคราะห์ในเดือนตุลาคม 2556

เวลาขึ้น-ตก ของดาวพุธ

        ในช่วงต้นเดือนตุลาคม ซึ่งผู้สังเกตจะสามารถมองเห็นดาวพุธหลังจากดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าไปไม่นานโดยดาวพุธจะอยู่สูงจากขอบฟ้า 6 องศา แต่มีเวลาไม่นานที่จะสามารถสังเกตเห็นดาวพุธได้ก่อนที่ดาวพุธจะตกลับขอบตามดวงอาทิตย์ไป โดยในช่วงเดือนตุลาคมนี้ดาวพุธจะมีค่าความสว่างปรากฏอยู่ในช่วง 0.37 ถึง 0.11 

 

ตำแหน่งพิกัดทางภูมศาสตร์ : ละติจูด 13o 45.0’ เหนือ ลองจิจูด 100 o 31.0 ตะวันออก

(กรุงเทพมหานคร)

วัน/เดือน

เวลา

ขึ้น

ผ่านเส้นเมริเดียน

ตก

1 ตุลาคม

07:46

13:35

19:23

2 ตุลาคม

07:47

13:35

19:23

3 ตุลาคม

07:49

13:36

19:23

4 ตุลาคม

07:50

13:37

19:23

5 ตุลาคม

07:51

13:37

19:23

6 ตุลาคม

07:52

13:37

19:23

7 ตุลาคม

07:52

13:38

19:23

8 ตุลาคม

07:53

13:38

19:22

9 ตุลาคม

07:53

13:38

19:22

10 ตุลาคม

07:54

13:37

19:21

11 ตุลาคม

07:54

13:37

19:20

12 ตุลาคม

07:53

13:36

19:19

13 ตุลาคม

07:53

13:36

19:18

14 ตุลาคม

07:52

13:35

19:17

15 ตุลาคม

07:51

13:33

19:15

16 ตุลาคม

07:50

13:32

19:13

17 ตุลาคม

07:49

13:30

19:11

18 ตุลาคม

07:47

13:28

19:09

19 ตุลาคม

07:44

13:25

19:06

20 ตุลาคม

07:41

13:22

19:03

21 ตุลาคม

07:38

13:19

18:59

22 ตุลาคม

07:34

13:15

18:55

23 ตุลาคม

07:29

13:10

18:51

24 ตุลาคม

07:24

13:05

18:46

25 ตุลาคม

07:18

12:59

18:41

26 ตุลาคม

07:12

12:53

18:35

27 ตุลาคม

07:05

12:46

18:28

28 ตุลาคม

06:57

12:39

18:21

29 ตุลาคม

06:49

12:31

18:14

30 ตุลาคม

06:40

12:23

18:07

31 ตุลาคม

06:31

12:15

17:59

 

 

เวลาขึ้น-ตก ของดาวศุกร์

        ในช่วงเดือนตุลาคมนี้เราจะสามารถสังเกตเห็นดาวศุกร์ในช่วงหัวค่ำซึ่งดาวศุกร์จะอยู่สูงจากขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันตก ประมาณ 22 องศา ผู้สังเกตจะสามารถมองเห็นดาวศุกร์ปรากฏอยู่ในกลุ่มดาวแมงป่องหลังจากที่ดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าไปไม่นานและสามารถสังเกตเห็นดาวศุกร์ได้จนถึงเวลา 20:30 . ก่อนที่ดาวศุกร์จะตกลับขอบฟ้าไป โดยในช่วงเดือนตุลาคมนี้ดาวศุกร์จะมีค่าความสว่างปรากฏอยู่ในช่วง -3.74 ถึง -3.88

 

ตำแหน่งพิกัดทางภูมศาสตร์ : ละติจูด 13o 45.0’ เหนือ ลองจิจูด 100 o 31.0 ตะวันออก

(กรุงเทพมหานคร)

วัน/เดือน

เวลา

ขึ้น

กลางฟ้า

ตก

1 ตุลาคม

09:15

14:57

20:38

2 ตุลาคม

09:16

14:57

20:38

3 ตุลาคม

09:17

14:58

20:39

4 ตุลาคม

09:18

14:59

20:39

5 ตุลาคม

09:19

14:59

20:39

6 ตุลาคม

09:20

15:00

20:39

7 ตุลาคม

09:21

15:00

20:40

8 ตุลาคม

09:22

15:01

20:40

9 ตุลาคม

09:23

15:02

20:40

10 ตุลาคม

09:24

15:02

20:41

11 ตุลาคม

09:25

15:03

20:41

12 ตุลาคม

09:26

15:04

20:42

13 ตุลาคม

09:27

15:05

20:42

14 ตุลาคม

09:28

15:05

20:42

15 ตุลาคม

09:29

15:06

20:43

16 ตุลาคม

09:30

15:07

20:43

17 ตุลาคม

09:31

15:07

20:44

18 ตุลาคม

09:32

15:08

20:44

19 ตุลาคม

09:33

15:09

20:45

20 ตุลาคม

09:34

15:09

20:45

21 ตุลาคม

09:35

15:10

20:46

22 ตุลาคม

09:35

15:11

20:46

23 ตุลาคม

09:36

15:12

20:47

24 ตุลาคม

09:37

15:12

20:47

25 ตุลาคม

09:38

15:13

20:48

26 ตุลาคม

09:39

15:13

20:48

27 ตุลาคม

09:40

15:14

20:49

28 ตุลาคม

09:40

15:15

20:49

29 ตุลาคม

09:41

15:15

20:50

30 ตุลาคม

09:42

15:16

20:50

31 ตุลาคม

09:42

15:16

20:51

 

 

เวลาขึ้น-ตก ของดาวอังคาร

        ในเดือนตุลาคมผู้สังเกตจะสามารถมองเห็นดาวอังคารได้ในช่วงเช้ามืดจากทางทิศตะวันออก โดยดาวอังคารจะเริ่มโผล่พ่นขอบฟ้าออกมาในเวลา 03:00 . พร้อมกับกลุ่มดาวสิงโต และในช่วงเดือนตุลาคมนี้ดาวอังคารจะมีค่าความสว่างปรากฏอยู่ในช่วง 1.80 ถึง 1.74

 

ตำแหน่งพิกัดทางภูมศาสตร์ : ละติจูด 13o 45.0’ เหนือ ลองจิจูด 100 o 31.0 ตะวันออก

(กรุงเทพมหานคร)

วัน/เดือน

เวลา

ขึ้น

กลางฟ้า

ตก

1 ตุลาคม

02:57

09:14

15:32

2 ตุลาคม

02:55

09:13

15:30

3 ตุลาคม

02:54

09:11

15:29

4 ตุลาคม

02:53

09:10

15:27

5 ตุลาคม

02:51

09:08

15:25

6 ตุลาคม

02:50

09:07

15:23

7 ตุลาคม

02:49

09:05

15:22

8 ตุลาคม

02:47

09:04

15:20

9 ตุลาคม

02:46

09:02

15:18

10 ตุลาคม

02:45

09:00

15:16

11 ตุลาคม

02:43

08:59

15:14

12 ตุลาคม

02:42

08:57

15:13

13 ตุลาคม

02:40

08:56

15:11

14 ตุลาคม

02:39

08:54

15:09

15 ตุลาคม

02:38

08:52

15:07

16 ตุลาคม

02:36

08:51

15:05

17 ตุลาคม

02:35

08:49

15:03

18 ตุลาคม

02:33

08:47

15:02

19 ตุลาคม

02:32

08:46

15:00

20 ตุลาคม

02:30

08:44

14:58

21 ตุลาคม

02:29

08:42

14:56

22 ตุลาคม

02:27

08:41

14:54

23 ตุลาคม

02:26

08:39

14:52

24 ตุลาคม

02:24

08:37

14:50

25 ตุลาคม

02:23

08:36

14:48

26 ตุลาคม

02:21

08:34

14:46

27 ตุลาคม

02:20

08:32

14:44

28 ตุลาคม

02:18

08:31

14:42

29 ตุลาคม

02:17

08:29

14:41

30 ตุลาคม

02:15

08:27

14:39

31 ตุลาคม

02:14

08:25

14:37

 

 

เวลาขึ้น-ตก ของดาวพฤหัสบดี

        ในเดือนตุลาคมผู้สังเกตจะสามารถมองเห็นดาวพฤหัสบดี โดยดาวพฤหัสบดีจะกับมาปรากฏในช่วงเช้ามืดจากทางทิศตะวันออก ซึ่งดาวพฤหัสบดีจะเริ่มโผล่พ่นขอบฟ้าออกมาในเวลา 00:37 . พร้อมกับกลุ่มดาวคนคู่ โดยในช่วงเดือนตุลาคมนี้ดาวพฤหัสบดีจะมีค่าความสว่างปรากฏอยู่ในช่วง -1.77 ถึง -1.90

 

ตำแหน่งพิกัดทางภูมศาสตร์ : ละติจูด 13o 45.0’ เหนือ ลองจิจูด 100 o 31.0 ตะวันออก

(กรุงเทพมหานคร)

วัน/เดือน

เวลา

ขึ้น

กลางฟ้า

ตก

1 ตุลาคม

00:33

06:58

13:22

2 ตุลาคม

00:30

06:54

13:19

3 ตุลาคม

00:26

06:51

13:15

4 ตุลาคม

00:23

06:47

13:12

5 ตุลาคม

00:19

06:44

13:08

6 ตุลาคม

00:16

06:40

13:05

7 ตุลาคม

00:12

06:37

13:01

8 ตุลาคม

00:09

06:33

12:58

9 ตุลาคม

00:05

06:30

12:54

10 ตุลาคม

00:02

06:26

12:51

 

23:58

 

 

11 ตุลาคม

23:55

06:23

12:47

12 ตุลาคม

23:51

06:19

12:43

13 ตุลาคม

23:48

06:15

12:40

14 ตุลาคม

23:44

06:12

12:36

15 ตุลาคม

23:40

06:08

12:33

16 ตุลาคม

23:37

06:05

12:29

17 ตุลาคม

23:33

06:01

12:25

18 ตุลาคม

23:30

05:57

12:22

19 ตุลาคม

23:26

05:54

12:18

20 ตุลาคม

23:22

05:50

12:14

21 ตุลาคม

23:19

05:46

12:10

22 ตุลาคม

23:15

05:43

12:07

23 ตุลาคม

23:11

05:39

12:03

24 ตุลาคม

23:07

05:35

11:59

25 ตุลาคม

23:04

05:31

11:56

26 ตุลาคม

23:00

05:28

11:52

27 ตุลาคม

22:56

05:24

11:48

28 ตุลาคม

22:52

05:20

11:44

29 ตุลาคม

22:49

05:16

11:40

30 ตุลาคม

22:45

05:13

11:37

31 ตุลาคม

22:41

05:09

11:33

 

 

การสังเกตดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี

        ในการสังเกตดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดีในแต่ละคืนตำแหน่งของดวงจันทร์จะมีความแตกต่างกันไป ซึ่งในแต่ละคืนอาจเกิดปรากฏการณ์บนดาวพฤหัสบดี เช่น อุปราคาบนดาวพฤหัสบดี เกิดจากเงาของดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดีเอง เมื่อผู้สังเกตดูปรากฏการณ์นี้ผ่านกล้องโทรทรรศน์จะเห็นเป็นจุดสีดำบนดาวพฤหัสบดี ซึ่งอาจเกิดได้มากสุดถึง 4 ดวง

 

รูปที่ 7 แสดงตำแหน่งดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดีในช่วงเดือนกันยายน

 

ดาวเสาร์

        ดาวเสาร์ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ยังเป็นดาวเคราะห์อีกดวงหนึ่งที่ปรากฏให้เห็นในช่วงหัวค่ำ ซึ่งจะปรากฏสูงจากขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันตกประมาณ 15 องศา โดยผู้สังเกตจะสามารถมองเห็นดาวเสาร์ปรากฏอยู่ในกลุ่มดาวคันชั่งเห็นดาวเสาร์ได้จนถึงเวลา 19:40 . ก่อนที่ดาวเสาร์จะตกลับขอบฟ้าไป โดยในช่วงเดือนตุลาคมนี้ดาวเสาร์จะมีค่าความสว่างปรากฏอยู่ในช่วง 0.85 ถึง 0.81

 

ตำแหน่งพิกัดทางภูมศาสตร์ : ละติจูด 13o 45.0’ เหนือ ลองจิจูด 100 o 31.0 ตะวันออก

(กรุงเทพมหานคร)

วัน/เดือน

เวลา

ขึ้น

กลางฟ้า

ตก

1 ตุลาคม

08:22

14:11

19:59

2 ตุลาคม

08:18

14:07

19:56

3 ตุลาคม

08:15

14:03

19:52

4 ตุลาคม

08:11

14:00

19:49

5 ตุลาคม

08:08

13:56

19:45

6 ตุลาคม

08:04

13:53

19:42

7 ตุลาคม

08:01

13:49

19:38

8 ตุลาคม

07:57

13:46

19:35

9 ตุลาคม

07:54

13:42

19:31

10 ตุลาคม

07:50

13:39

19:27

11 ตุลาคม

07:47

13:35

19:24

12 ตุลาคม

07:44

13:32

19:20

13 ตุลาคม

07:40

13:28

19:17

14 ตุลาคม

07:37

13:25

19:13

15 ตุลาคม

07:33

13:22

19:10

16 ตุลาคม

07:30

13:18

19:06

17 ตุลาคม

07:26

13:15

19:03

18 ตุลาคม

07:23

13:11

18:59

19 ตุลาคม

07:19

13:08

18:56

20 ตุลาคม

07:16

13:04

18:52

21 ตุลาคม

07:13

13:01

18:49

22 ตุลาคม

07:09

12:57

18:45

23 ตุลาคม

07:06

12:54

18:42

24 ตุลาคม

07:02

12:50

18:38

25 ตุลาคม

06:59

12:47

18:35

26 ตุลาคม

06:55

12:43

18:31

27 ตุลาคม

06:52

12:40

18:28

28 ตุลาคม

06:49

12:36

18:24

29 ตุลาคม

06:45

12:33

18:21

30 ตุลาคม

06:42

12:29

18:17

31 ตุลาคม

06:38

12:26

18:14

 

 

การสังเกตการณ์ทางช้างเผือก

จากรูปด้านล่างนี้ผมถ่ายรูปทางช้างเผือกที่ปางช้างแม่สา และจากหลังบ้านผมเอง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความแต่งต่าง เมื่อเราสังเกตทางช้างเผือกจากสถานที่ที่มืดไร้แสงเมืองรบกวน และการสังเกตทางช้างเผือกจากสถานที่ที่มีแสงเมืองรบกวน เมื่อสังเกตรูปทั้ง 2 จะสามารถเห็นความแตกต่างในการมองเห็นดาวอยางเห็นได้ชัดเจน ดังนั้น เราควรจะหาสถานที่ที่ไร้แสงเมืองรบกวนสำหรับการสังเกตการณ์

 

รูปที่ 7 แสดงทางช้างเผือก รูปทางซ้ายมือเป็นที่ถ่ายจากปางช้างแม่สาซึ่งมีแสงเมืองรบกวนน้อยมากส่วนรูปทางด้านขวาเป็นที่ถ่ายจากหลังบ้านผมเองซึ่งด้านข้างหันไปหาทางช้างเผือก ซึ่งถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นใจกลาวทางช้างเผือกจางๆ

 

 

ความสุขของคนดูดาว คือ การที่ได้เฝ้ามองท้องฟ้าอันสวยงาม

 

กรกมล ศรีบุญเรือง

เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ชำนาญการ

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

Additional information