การปะทุของรังสีแกมมาจากดาวนิวตรอนชนกัน

Share

26 ธันวาคม 2560

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา นักดาราศาสตร์ประกาศการตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงจากการชนกันของดาวนิวตรอนได้เป็นครั้งแรก เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าการปะทุของรังสีแกมมาช่วงสั้นๆ (short gamma-ray bursts) มาจากดาวนิวตรอนชนกันได้

 

        นักดาราศาสตร์จำนวนมากเชื่อว่าเมื่อดาวนิวตรอนชนกันจะทำให้เกิดลำอนุภาคพลังงานสูงที่เรียกว่า เจ็ท (Jet) พุ่งออกมาโดยเจ็ทอาจจะหันมายังโลกเกือบจะพอดีทำให้นักดาราศาสตร์พบว่าพลังงานที่ปลดปล่อยออกมามีความเข้มสูงมาก แต่รังสีแกมมาที่ออกมากลับอ่อนกว่าแหล่งกำเนิดอื่นๆที่เคยพบมาก่อนหน้านี้นับหมื่นเท่า

        งานวิจัยล่าสุดได้ทำการสังเกตคลื่นวิทยุที่ตกค้างอยู่บริเวณนั้นหลังจากเกิดการชนกันของดาวนิวตรอนราวๆ 100 วัน โดยทฤษฎีแล้วเมื่อเจ็ทพุ่งออกมา มันจะค่อยๆช้าลงและปลดปล่อยพลังงานออกมาโดยรอบทุกทิศทาง

        แต่ปัญหาคือ พวกเขาไม่สามารถตรวจจับพลังงานจากเจ็ทที่ช้าลงได้

        สิ่งที่ตรวจจับได้กลับเป็นพลังงานที่เรืองอยู่รอบๆการชนของดาวนิวตรอนคล้ายกับฟอง งานวิจัยล่าสุดเชื่อว่าเจ็ทที่พุ่งออกมาอาจจะไม่สามารถทะลุสสารต่างๆที่อยู่รอบๆดาวนิวตรอนคู่ได้ พอชนแล้วไม่ทะลุผ่านก็เลยถ่ายเทพลังงานให้กับสสารรอบๆ แล้วดันสสารเหล่านั้นออกจนเกิดโครงสร้างคล้ายกับฟอง

        พูดง่ายๆว่านักดาราศาสตร์จะไม่สามารถมองเห็นเจ็ทได้ จะเห็นก็แต่สสารและพลังงานที่กระจายรอบๆเท่านั้น

        คำอธิบายนี้ค่อนข้างแตกต่างจากแนวคิดที่นักดาราศาสตร์จำนวนมากเชื่อ แต่งานวิจัยจากทีมนักวิจัยล่าสุดนี้มองว่า ปรากฏการณ์นี้เป็นการปะทุของรังสีแกมมาชนิดใหม่

        ในตอนนี้เรื่องนี้ยังคงเป็นสิ่งที่นักดาราศาสตร์ถกเถียงกันไปก่อน เพราะการชนกันของดาวนิวตรอนเป็นสิ่งที่นักดาราศาสตร์เพิ่งสังเกตได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

 

 

อ้างอิง

http://www.skyandtelescope.com/astronomy-news/neutron-star-smashup-might-have-choked-its-own-jet/