สุริยุปราคาวงแหวน 21 พฤษภาคม 2555 เห็นในประเทศไทยเป็นสุริยุปราคาบางส่วน

Share

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชวนคนไทยติดตามปรากฏการณ์สุริยุปราคาวงแหวน ในรุ่งเช้าของวันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม 2555 เวลาประมาณ 05:50-06:06 น.แม้ในประเทศไทยบางพื้นที่จะเห็นเพียงสุริยุปราคาบางส่วนในช่วงเวลาประมาณ 16 นาที ทั้งนี้ สดร. ได้จัดทีมนักวิชาการไปทำการศึกษาและเก็บข้อมูลสุริยุปราคาวงแหวน ณ ประเทศญี่ปุ่นมาฝากผู้สนใจ

ติดตามได้ใน www.narit.or.th และ Facebbook

ภาพถ่ายสุริยุปราคาวงแหวน ในวันที่ 15 มกราคม 2553 ณ เมืองต้าหลี่ ประเทศจีน
โดย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน)

 

 

            รองศาสตราจารย์บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ  เปิดเผยว่า ในเช้าวันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม 2555 ตามเวลาในประเทศไทย จะเกิดปรากฏการณ์ “สุริยุปราคาวงแหวน” ชุดซารอสที่ 128  ปรากฏการณ์สุริยุปราคาจะเกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก เรียงตัวอยู่ในแนวเดียวกัน เงาของดวงจันทร์จะทอดลงบนพื้นโลกและสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของผู้สังเกตการณ์ ที่อยู่บนโลกคือการที่แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ลดลง รูปร่างของดวงอาทิตย์จะเกิดเสี้ยวคล้ายดวงจันทร์ที่เปลี่ยนรูปร่างในแต่ละ ค่ำคืนหรือถูกบังจนหมดทั้งดวงขึ้นอยู่กับรูปแบบการบัง โดยปรากฏการณ์สุริยุปราคาในวันที่ 21 พฤษภาคม 2555 เป็นแบบ “สุริยุปราคาวงแหวน” เนื่องจากดวงจันทร์มีวงโคจรรอบโลกค่อนข้างรี ดังนั้นดวงจันทร์จึงมีโอกาสอยู่ใกล้หรือไกลจากโลกได้ ในขณะเกิดสุริยุปราคาครั้งนี้ดวงจันทร์อยู่ในช่วงที่ไกลโลกที่ระยะทางประมาณ 404,000 กิโลเมตร ทำให้ขนาดปรากฏบนท้องฟ้าของดวงจันทร์มีขนาดเล็กกว่าขนาดปรากฏของดวงอาทิตย์ และเมื่อวัตถุทั้งสามเรียงตัวกันในแนวเส้นตรง ดวงจันทร์จะบังดวงอาทิตย์ไม่หมดเกิดเป็นสุริยุปราคาวงแหวน

            ผู้อำนวยการ สดร. กล่าวเพิ่มเติมว่า “เป็นที่น่าเสียดายว่าประเทศไทยไม่อยู่ในบริเวณที่จะสามารถสังเกตปรากฏการณ์ สุริยุปราคาวงแหวนในครั้งนี้ได้” เนื่องจากแนวคราสวงแหวนเริ่มต้นจากตอนใต้ของประเทศจีน และเคลื่อนที่ไปทางตะวันออกผ่านมหาสมุทรแปซิฟิกไปจนถึงทวีปอเมริกา โดยในประเทศไทยจะสามารถชมปรากฏการณ์ครั้งนี้ในรูปแบบสุริยุปราคาบางส่วน เป็นระยะเวลาสั้นๆ ราว 16 นาที ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 05:50 น. จนสิ้นสุดการบังเวลา 06:06 น. คนไทยส่วนใหญ่สามารถสังเกตสุริยุปราคาบางส่วนได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ขณะดวงอาทิตย์ขึ้น ยกเว้นภาคใต้ โดยภาคกลางจะเห็นดวงอาทิตย์เว้าแหว่งเล็กน้อย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเห็นดวงอาทิตย์เว้าแหว่งมากที่สุดและเห็นได้นานกว่า ภูมิภาคอื่นๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของวันที่เกิดปรากฏการณ์ เนื่องจากดวงอาทิตย์อยู่ใกล้ขอบฟ้าอาจมีเมฆบังทำให้มองไม่เห็นดวงอาทิตย์ขณะ เกิดปรากฏการณ์

 

ภาพแสดงสุริยุปราคาวงแหวน ในมุมมองจากนอกโลก ภาพโดยหอดูดาวแห่งชาติญี่ปุ่น

 

ภาพจำลองสุริยุปราคาของเช้าวันที่ 21 พฤษภาคม 2555

ขณะดวงอาทิตย์ขึ้น แสดงภาพขณะที่ดวงอาทิตย์แหว่งมากที่สุด

โดยแต่ละสถานที่จะสังเกตเห็นและสิ้นสุดไม่พร้อมกัน

 

ตารางแสดงเวลาการเกิดสุริยุปราคาบางส่วนในประเทศไทย 21 พฤษภาคม 2555

 

การเกิดสุริยุปราคาในประเทศไทย วันที่ 21 พฤษภาคม 2555

จังหวัด

เวลาดวงอาทิตย์ขึ้น

พื้นที่การบัง

(ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์)

เวลาสิ้นสุดอุปราคา

มุมเงยของดวงอาทิตย์

กรุงเทพมหานคร

05:53

11.10%

06:06

3.1°

ขอนแก่น

05:39

33.10%

06:09

6.5°

ฉะเชิงเทรา

05:50

13.40%

06:06

3.5°

เชียงราย

05:45

30.30%

06:13

5.9°

เชียงใหม่

05:51

21.20%

06:12

4.6°

ตาก

05:53

15.10%

06:10

3.7°

นครพนม

05:30

49.30%

06:10

8.7°

นครราชสีมา

05:44

23.00%

06:07

5.1°

ประจวบคีรีขันธ์

05:58

3.40%

06:05

1.5°

อุบลราชธานี

05:33

39.40%

06:07

7.5°

 

            แนวคราสของสุริยุปราคาวงแหวนในครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อเงามัวแตะผิวโลกในเวลา 03:56 น. ตามเวลาประเทศไทย จากนั้นเวลา 05:06 น. เงาคราสวงแหวนเริ่มสัมผัสผิวโลกบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ความกว้างของเงาขนาด 324 กิโลเมตร โดยเคลื่อนไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือผ่านเข้าสู่สาธารณรัฐประชาชนจีนทาง ด้านตะวันออกเฉียงใต้ ทางใต้ของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ตอนเหนือของประเทศไต้หวัน พาดผ่านแนวกลางของประเทศญี่ปุ่น มหาสมุทรแปซิฟิค ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา และสิ้นสุดเมื่อเงามัวหลุดออกจากผิวโลก ณ บริเวณรัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา

ภาพแสดงความสว่างของสุริยุปราคาวงแหวน ในตำแหน่งต่าง ๆ บนพื้นโลก
ภาพจาก http://www.eclipse-maps.com

ภาพแสดงแนวการพาดผ่านของเงาดวงจันทร์ที่ผ่านประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

(องค์การมหาชน) จะทำการเก็บข้อมูลทางดาราศาสตร์เพื่อทำการวิจัย (ภาพจาก http://www.eclipse-maps.com)

 

ภาพแสดงแนวการพาดผ่านของเงาดวงจันทร์ที่ผ่านประเทศญี่ปุ่น เงาคราสและช่วงเวลาการเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา

ภาพโดยหอดูดาวแห่งชาติญี่ปุ่น

 

            ดร. ศรัณย์  โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลเพื่อการศึกษาปรากฏการณ์สุริยุปราคาวง แหวนในครั้งนี้ว่า “เนื่องจากแนวคราสวงแหวนส่วนใหญ่ลากผ่านพื้นที่กว้างใหญ่ของมหาสมุทรแปซิฟิก เงาคราสวงแหวนจะผ่านพื้นที่ส่วนหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น จึงทำให้ประเทศญี่ปุ่นเป็นสถานที่ที่ดีในการสังเกตปรากฏการณ์ครั้งนี้ ทางสถาบันฯ จึงได้จัดทีมนักวิชาการเดินทางไปศึกษาวิจัยเกี่ยวกับความเข้มของแสง และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศขณะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาวงแหวนดังกล่าว ณ เมืองโตเกียว ซึ่งเป็นบริเวณที่อยู่ใกล้เส้นกลางคราส และจะสามารถสังเกตปรากฏการณ์สุริยปราคาวงแหวนครั้งนี้ได้นานกว่า 5 นาที โดยจะเก็บภาพสุริยุปราคาวงแหวนครั้งนี้มาฝากชาวไทย ขอให้คนไทยรอชมผ่านช่องทางต่างๆ ของสถาบันฯ ทางเวปไซด์ ที่ www.narit.or.th และจะรายงานเกาะติดการเกิดสุริยุปราคาวงแหวนผ่านทาง Facebook/สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ และ  twitter  @N_Earth”

 

ตารางเวลาการเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาวงแหวน ณ ประเทศญี่ปุ่น

ขั้นตอนการเกิดปรากฏการณ์

เวลามาตรฐาน

เวลาท้องถิ่น

มุมเงย

มุมราบ

C1

เริ่มเกิดสุริยุปราคาบางส่วน

21:19:02

06:19:02

20.11

79.05

C2

เริ่มเกิดสุริยุปราคาวงแหวน

22:31:59

07:31:59

34.57

89.01

Max

กึ่งกลางอุปราคา

22:34:30

07:34:30

35.26

89.21

C3

สิ้นสุดสุริยุปราคาวงแหวน

22:37:00

07:37:00

35.59

89.45

C4

สิ้นสุดสุริยุปราคาบางส่วน

00:02:37

09:02:37

53.16

104.31

หมายเหตุ : ตามเวลามาตรฐานประเทศไทย (+7 ชั่วโมง)

            ดร. ศรัณย์ ยังกล่าวย้ำถึงวิธีการสังเกตปรากฏการณ์สุริยุปราคาอย่างถูกวิธี ว่า “การแผ่รังสีของดวงอาทิตย์นอกจากจะให้ความร้อนกับเราแล้วยังให้แสงสว่างที่ มีความเข้มสูงมาก แม้แต่ขณะที่เกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนหรือสุริยุปราคาวงแหวน ความเข้มแสงและความร้อนจากดวงอาทิตย์ยังคงเดิม ไม่ลดลงแม้แต่น้อย ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจทำอันตรายต่อสายตาเราได้ หากเราสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์แบบผิดวิธี และขอให้ประชาชนระมัดระวังการบันทึกภาพดวงอาทิตย์ด้วยกล้องดิจิตัล หรือกล้องจากโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากเลนส์ของกล้องต่างๆ เหล่านี้มีคุณสมบัติในการรวมแสง การมองภาพที่ส่องจากเลนส์ไปยังดวงอาทิตย์โดยตรง อาจทำให้ตาบอดได้

แสง ของดวงอาทิตย์สามารถทำอันตรายต่อสายตาของเราได้ แม้ว่าจะมองดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่าในเวลาไม่นาน หรือแม้กระทั่งการสังเกตการณ์แผ่นพลาสติกทึบ ฟิล์มเอกซ์เรย์ กระดาษห่อลูกอม แผ่นซีดี แว่นตากันแดด หรือกระจกรมควัน เพราะสิ่งต่างๆ เหล่านี้ยังมีประสิทธิภาพในการกรองแสงไม่เพียงพอ ถึงแม้ว่าจะสามารถกรองความเข้มแสงออกไปได้ แต่ก็ยังไม่สามารถกรองแสงบางช่วงคลื่นที่เป็นอันตรายต่อสายตาออกไปได้

            ยิ่งไปกว่านั้นการสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ผ่านกล้องโทรทรรศน์และกล้องสองตาโดย ไม่มีฟิลเตอร์กรองแสง สามารถสร้างความอันตรายต่อสายตาได้มากกว่าการสังเกตดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่า หลายเท่า เนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวจะรวมแสงและความร้อนซึ่งถือว่าอันตรายต่อสายตามาก

            อย่างไรก็ตามการสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์โดยขาดความเข้าใจพื้นฐานและข้อปฏิบัติ จะมีโอกาสที่เกิดอันตรายต่อสายตาผู้สังเกตได้มากขึ้น ดังนั้นผู้สังเกตการณ์ควรทำตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญอย่างเคร่งครัด

 

วิธีการสังเกตการณ์สุริยุปราคาอย่างถูกวิธี

 

1. สังเกตการด้วยตาเปล่าโดยใช้แผ่นกรองแสงอาทิตย์ ( Solar Filter) แผ่นกรองแสงจะกรองพลังงานของแสงอาทิตย์ออกไปมากกว่า 99% แสงที่เหลือจึงไม่สามารถทำอันตรายแก่ดวงตาได้ แผ่นกรองแสงอาทิตย์ที่นำมาใช้ควรเป็นแผ่นกรองแสงที่มีคุณภาพและถูกสร้างขึ้น เพื่อกรองแสงอาทิตย์โดยเฉพาะ ได้แก่ แผ่นไมลาร์  กระจกเคลือบโลหะ เป็นต้น

 

 

2. สังเกตการณ์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ที่ติดแผ่นกรองแสงอาทิตย์ (Solar Filter) การดูดวงอาทิตย์ผ่านกล้องโทรทรรศน์จะช่วยให้เห็นรายละเอียดของพื้นผิวบนดวง อาทิตย์ เช่น จุดบนดวงอาทิตย์ (Sunspots) หรือ พวยแก๊ส (Prominence) เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ฟิลเตอร์ที่ใช้จะต้องมีคุณภาพสูง ฟิลเตอร์ที่ติดตั้งบนกล้องโทรทรรศน์มีหลายชนิด ได้แก่ ฟิลเตอร์ไฮโดรเจนแอลฟา จะช่วยให้เห็นพวยแก๊สบนดวงอาทิตย์ ฟิลเตอร์ชนิดไมลาร์เป็นแผ่นโลหะบาง ๆ ทำให้ห็นดวงอาทิตย์เป็นสีขาวหรือสีฟ้า ฟิลเตอร์ชนิดกระจกเคลือบโลหะ ทำให้มองเห็นดวงอาทิตย์เป็นสีส้มหรือสีเหลือง เป็นต้น

 

 

3. การใช้ฉากรับภาพและหลักการกล้องรูเข็ม การใช้ฉากรับภาพทำได้โดยใช้กล้องโทรทรรศน์รับแสงจากดวงอาทิตย์ แล้วตั้งฉากรับภาพที่ออกมาจากเลนส์ใกล้ตา วิธีนี้ช่วยให้สามารถดูดวงอาทิตย์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ได้ทีละหลาย ๆ คน ส่วนหลักการกล้องรูเข็ม เพียงแค่เจาะรูเล็ก ๆ บนวัสดุที่ต้องการ โดยรูปร่างของรูที่เจาะไม่มีผลต่อภาพบนฉาก แต่จะมีผลทำให้เกิดความคมชัดและความสว่างของภาพ โดยรูขนาดเล็กจะให้ภาพคมชัด แต่สว่างน้อย และ รูขนาดใหญ่ จะให้ภาพคมชัดน้อยลง แต่จะสว่างมาก

 


 

ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และประชาสัมพันธ์  สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน)

โทร. 053-225569 ต่อ 210 หรือ 081-8854353

E-Mail: [email protected]

www.narit.or.th 

 

Facebook: สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

Twiiter: @N_Earth