ข่าวดาราศาสตร์


ค้นพบ "ดวงจันทร์ดวงใหม่ของดาวยูเรนัส" จากภาพถ่ายล่าสุดโดยกล้องเจมส์ เว็บบ์

นักดาราศาสตร์ใช้ข้อมูลภาพจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ (JWST) ของ NASA มาวิเคราะห์ จนตรวจพบดวงจันทร์น้ำแข็งขนาดจิ๋วที่โคจรรอบดาวยูเรนัส

ดวงจันทร์บริวารดวงใหม่ S/2025 U1 มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนยานวอยเอเจอร์ 2 (Voyager 2) ของ NASA ไม่สามารถตรวจพบได้ในระหว่างการเฉียดใกล้ดาวยูเรนัสเมื่อปี ค.ศ. 1986 เช่นเดียวกับกล้องโทรทรรศน์อื่น ๆ ที่ไม่อาจตรวจจับได้ จนกระทั่งปี ค.ศ. 2025 นี้ นักดาราศาสตร์สามารถค้นพบดวงจันทร์ดวงนี้ได้สำเร็จโดยการใช้ข้อมูลจาก JWST อันทรงพลัง

S2025 U1 03

ทีมนักวิจัยนำโดยนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิจัยเซาท์เวสต์ (SwRI) ในรัฐโคโลราโด สหรัฐฯ ใช้กล้องถ่ายภาพในย่านรังสีอินฟราเรดช่วงใกล้ (NIRCam) ถ่ายภาพดาวยูเรนัส 10 ภาพ โดยถ่ายภาพละ 40 นาที เพื่อค้นหาดวงจันทร์ขนาดเล็กเพิ่มเติมที่อาจโคจรอยู่รอบดาวยูเรนัส การค้นพบครั้งนี้ทำให้จำนวนดวงจันทร์ของดาวยูเรนัสที่ตรวจพบแล้วเพิ่มขึ้นเป็น 29 ดวง

ดวงจันทร์ S/2025 U1 อยู่ห่างจากใจกลางดาวยูเรนัสประมาณ 56,000 กิโลเมตร (เทียบกับดวงจันทร์ของโลกที่มีระยะห่างเฉลี่ยจากโลก 384,400 กิโลเมตร) โดยวงโคจรรอบดาวยูเรนัสของดวงจันทร์ดวงนี้มีรูปร่างค่อนข้างเป็นวงกลม ซึ่งหมายความว่าดวงจันทร์ดวงนี้น่าจะก่อตัวขึ้น ณ ตำแหน่งปัจจุบัน

ดวงจันทร์ S/2025 U1 โคจรรอบดาวยูเรนัสร่วมกับดวงจันทร์บริวารขนาดเล็กอื่น ๆ ซึ่งมีวงโคจรอยู่ภายในวงโคจรของดวงจันทร์บริวารขนาดใหญ่ 5 ดวง ได้แก่ มิแรนดา แอเรียล อัมเบรียล โอเบอรอน และทิทาเนีย ปัจจุบันดาวยูเรนัสมีดวงจันทร์บริวารที่ได้รับการยืนยันแล้ว 29 ดวง โดย 27 ดวงในจำนวนนั้นได้รับการตั้งชื่อตามตัวละครในวรรณกรรมของวิลเลียม เชกสเปียร์ (William Shakespeare) กวีชาวอังกฤษ สำหรับดวงจันทร์ S/2025 U1 ที่เพิ่งถูกค้นพบนี้ จะได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการโดยสหพันธ์ดาราศาสตร์นานาชาติ (IAU) ในอนาคต

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า การค้นพบดวงจันทร์ S/2025 U1 ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่ายังมีอีกมากที่ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับดาวยูเรนัส ตลอดจนระบบดวงจันทร์และวงแหวนอันซับซ้อนของมัน ความเชื่อมโยงอันซับซ้อนระหว่างดวงจันทร์และวงแหวงดังกล่าว บ่งบอกถึงกระบวนการวิวัฒนาการอันวุ่นวาย ซึ่งทำให้เส้นแบ่งระหว่าง “ระบบวงแหวน” และ “ระบบดวงจันทร์” เลือนรางลงมากขึ้น

ดาวยูเรนัสมีวงแหวนทั้งหมด 13 วง แบ่งออกเป็น “ระบบวงแหวนชั้นใน” และ “วงแหวนชั้นนอก” ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากวงแหวนของดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ เนื่องจากประกอบด้วยวัสดุที่มีสีเข้มกว่าและสังเกตได้ยากกว่า ภายในบริเวณวงแหวนชั้นในที่ค่อนข้างจาง มีกลุ่มดวงจันทร์บริวารชั้นในจำนวน 14 ดวงโคจรอยู่ โดยดวงจันทร์บางดวงมีบทบาทสำคัญในการช่วยรักษารูปร่างของวงแหวนบางส่วนให้คงอยู่

ยานวอยเอเจอร์ 2 ของ NASA ได้เฉียดใกล้ดาวยูเรนัสเมื่อเดือนมกราคม ค.ศ. 1986 นับเป็นยานสำรวจลำแรกที่เดินทางไปถึงดาวเคราะห์ดวงนี้ และจนถึงปัจจุบัน วอยเอเจอร์ 2 ยังคงเป็นยานลำเดียวที่เคยสำรวจดาวเคราะห์น้ำแข็งดังกล่าว ก่อนหน้านั้น นักดาราศาสตร์รู้จักดวงจันทร์ของดาวยูเรนัสเพียง 5 ดวงเท่านั้น ขณะที่ JWST แม้จะไม่ได้เดินทางไปยังระบบสุริยะชั้นนอก แต่ด้วยศักยภาพอันทรงพลัง JWST สามารถเปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับดาวเคราะห์ชั้นนอกของระบบสุริยะมากยิ่งขึ้น

แปลและเรียบเรียง : พิสิฏฐ นิธิยานันท์ - เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สดร.
ที่มาของข่าว : https://www.space.com/astronomy/uranus/scientists-find-tiny-new-moon-around-uranus-with-the-james-webb-space-telescope-photos-video