ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา NARIT ได้ดำเนินการจัดตั้ง หอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชน เพื่อกระจายโอกาสการเข้าถึงดาราศาสตร์ให้ทั่วถึงทุกภูมิภาคของประเทศ ปัจจุบัน จัดตั้งแล้วทั้งสิ้น 5 แห่ง ครอบคลุมทุกภาค ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา สงขลา และพิษณุโลก (อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง) โดยภายในหอดูดาวแต่ละแห่งที่เปิดให้บริการแล้วนั้นได้ติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ขนาด 0.7 เมตร ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อใช้สำหรับกิจกรรมสังเกตการณ์ดาราศาสตร์และบริการสาธารณะด้านวิทยาศาสตร์ อีกทั้งสนับสนุนงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม จากการใช้งานกล้องโทรทรรศน์ที่นำเข้ามา มีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งในเรื่องต้นทุนที่สูง การบำรุงรักษาที่ยุ่งยาก และข้อจำกัดด้านการปรับแต่งให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และการใช้งานในบริบทของประเทศไทย NARIT จึงได้ริเริ่ม โครงการพัฒนากล้องโทรทรรศน์ฝีมือคนไทย เพื่อกล้องโทรรศน์ที่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่าระดับสากล มีต้นทุนที่เหมาะสม และสามารถควบคุมได้เองทุกขั้นตอน
การออกแบบและสร้างกล้องโทรทรรศน์อัตโนมัติ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.8 เมตร พัฒนาขึ้นโดยทีมวิศวกรของ NARIT มีเป้าหมายเพื่อติดตั้ง ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา พิษณุโลก โดยกล้องตัวนี้ได้ออกแบบให้สามารถรองรับการใช้งานหลากหลาย ทั้งด้านการสังเกตการณ์ดาราศาสตร์ การวิจัย และการให้บริการวิชาการแก่ประชาชน อีกทั้งพัฒนาให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน ลดข้อจำกัดต่าง ๆ เพื่อให้สามารถตอบสนองภารกิจทางดาราศาสตร์ได้อย่างครอบคลุม
![]() |
![]() |
ลักษณะเด่นด้านเทคโนโลยี
- มีฐานรองรับน้ำหนักอุปกรณ์ติดตั้งได้สูงสุดถึง 400 กิโลกรัม
- มีความแม่นยำสูงในการติดตามตำแหน่งวัตถุท้องฟ้า โดยสามารถรักษาความละเอียดของตำแหน่งได้ถึงได้ละเอียดถึง 1 ฟิลิปดา ต่อเนื่องนานถึง 10 นาที
- รองรับการติดตามวัตถุที่มีการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุด 50 องศา/วินาที
- ใช้มอเตอร์ระบบ Direct Drive ซึ่งให้การเคลื่อนไหวที่แม่นยำ ที่ให้การเคลื่อนไหวแม่นยำ นุ่มนวล และปราศจากแรงสะบัด (backlash)
- ติดตั้ง Absolute Encoder สำหรับการกำหนดพิกัดอย่างแม่นยำและเชื่อถือได้
- สามารถควบคุมการทำงานผ่าน Robotic Controller และ API รองรับการสั่งงานจากระยะไกลทั่วโลก
- มีระบบแสดงผลและควบคุมแบบ Graphical User Interface (GUI) ที่สวยงาม ทันสมัย และใช้งานง่าย
การพัฒนากล้องโทรทรรศน์ตัวนี้ใช้งบประมาณเพียง 2.5 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับกล้องที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันจากต่างประเทศซึ่งมีราคาสูงกว่า 10 ล้านบาท ถือเป็นความก้าวหน้าอย่างสำคัญในการลดภาระค่าใช้จ่ายของประเทศ อีกทั้งยังส่งเสริมศักยภาพในการพึ่งพาตนเองทางด้านเทคโนโลยีดาราศาสตร์ขั้นสูงของไทย
ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการผลิตและประกอบระบบอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเตรียมนำติดตั้ง ณ หอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชน จังหวัดพิษณุโลก ให้ประชาชนได้สัมผัสประสบการณ์ในการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ พร้อมขยายงานบริการวิชาการด้านดาราศาสตร์ให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ในไทย และส่งเสริมการทำงานวิจัยดาราศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

