ข่าวดาราศาสตร์
ออกเดินทางแล้ว!
MMX มุ่งหน้าสู่ดาวอังคาร
ลุยภารกิจเก็บตัวอย่างจากโฟบอสกลับโลก
เช้าวันที่ 20 ตุลาคม 2026 เวลา 02:41:03 น. ตามเวลาประเทศไทย องค์การอวกาศ JAXA ปล่อยยานสำรวจ Martian Moons eXploration (MMX) ออกจากฐานปล่อยที่ทาเนงาชิมะ (Tanegashima Space Center: TNSC) ประเทศญี่ปุ่น ด้วยจรวด H3-24L สำเร็จ เริ่มต้นภารกิจศึกษาและนำตัวอย่างของดวงจันทร์โฟบอสของดาวอังคารกลับมายังโลก
ขั้นตอนการปล่อยนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น ตรงตามกำหนดการ นับเป็นขั้นตอนแรกของภารกิจอันยาวนานกว่า 5 ปี ของ MMX ที่จะนำตัวอย่างจากดวงจันทร์ของโฟบอสกลับมายังโลก
ภารกิจนี้ จะนับเป็นการเดินทางไป-กลับ วงโคจรของดาวอังคารเป็นครั้งแรก และจะเป็นการลงจอด (soft-landing) บนดวงจันทร์ของดาวเคราะห์ดวงอื่น พร้อมทั้งนำตัวอย่างใต้พื้นผิวกลับมาเพื่อศึกษาในห้องทดลองบนโลก ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นก้าวกระโดดของความท้าทายในการสำรวจอวกาศ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนบนโลก และจะเป็นตัวอย่างแรกจากวงโคจรของดาวอังคารที่กลับมาศึกษาบนโลก
เป้าหมายของภารกิจ MMX คือศึกษาต้นกำเนิดอันยังคงเป็นปริศนาของดวงจันทร์โฟบอสของดาวอังคาร เพื่อตอบคำถามว่าดวงจันทร์ดวงนี้นั้น เป็นดาวเคราะห์น้อยที่ถูกดาวอังคารดึงดูดเอาไว้ หรือว่าเป็นส่วนหนึ่งของดาวอังคารที่ถูกพุ่งชน นอกจากนี้ ยังเชื่อว่า MMX จะสามารถเก็บชิ้นส่วนของอุกกาบาตจากดาวอังคารที่ทับถมบนพื้นผิวของโฟบอสเอาไว้ ซึ่งจะช่วยในการศึกษากลไกและกระบวนการการเปลี่ยนแปลงพื้นผิวของดาวอังคาร ไปจนถึงสภาพแวดล้อมบนดาวอังคาร และกระบวนการที่อาจจะทำให้ดาวอังคารที่เคยมีน้ำมาก่อนต้องสูญเสียน้ำไป
ยานสำรวจ MMX จะใช้เวลาอีก 1 ปี ในการเดินทางไปยังดาวอังคาร จากนั้นจะดำเนินภารกิจในการสำรวจดวงจันทร์โฟบอส ก่อนที่จะทำการลงจอดเพื่อเก็บตัวอย่าง รวมทั้งสิ้น 3 ปี ก่อนที่จะเดินทางกลับมายังโลกอีก 1 ปี พร้อมทั้งตัวอย่างที่เก็บเอาไว้
ภารกิจอวกาศที่ต้องบุกเบิกสิ่งที่ยังไม่เคยมีใครทำสำเร็จมาก่อน ย่อมเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน การเอาชนะความท้าทายเหล่านี้จะนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่ ๆ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในภารกิจสำรวจอวกาศครั้งต่อไป โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งมนุษย์ไปสำรวจดาวอังคารในอนาคตอันใกล้ที่กำลังจะมาถึง
ความสำเร็จของ MMX นี้ รวมกับความความสำเร็จของภารกิจ Hayabusa และ Hayabusa2 ในอดีต ที่นำตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อยอิโตกาว่า และ ริวกู ตามลำดับ กลับมายังโลก จะยิ่งตอกย้ำความเชี่ยวชาญของ JAXA ในการเก็บตัวอย่างจากวัตถุขนาดเล็กในระบบสุริยะ โดยเฉพาะวัตถุที่มีแรงโน้มถ่วงต่ำ ภารกิจเหล่านี้ยังแสดงให้เห็นว่า การสำรวจอวกาศยังมีโอกาสอีกมากสำหรับประเทศในเอเชียที่จะพัฒนาขีดความสามารถและก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในสาขานี้ได้