รู้จักกับ Messier 5, Messier 6, Messier 7

Share

รู้จักกับ Messier 5, Messier 6, Messier 7

Messier 5 หรือ M5  เป็นกระจุกดาวทรงกลมที่ประกอบไปด้วยดาวฤกษ์มากกว่า 100,000 ดวง  อยู่ห่างออกไปจากโลกประมาณ 24,500 ปีแสง ทางกลุ่มกลุ่มดาวงู (Serpens)  โดย M5 อยู่บริเวณ “ฮาโล” (Halo) ของทางช้างเผือก

Messier 5 โดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Hubble  

 

        M5 มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 165 ปีแสง  ขนาดปรากฏเชิงมุมที่วัดได้จากโลกเท่ากับ 23 ลิปดา  

        หากท้องฟ้ามืดสนิทเพียงพอจะสามารถสังเกตเห็นกลุ่มแสงสว่างจาง ๆ ได้ด้วยตาเปล่าเนื่องจากมีค่าความสว่างปรากฏ 6.6  

        ในดาวฤกษ์จำนวนกว่าแสนดวงนี้ เป็น “ดาวแปรแสง” จำนวน 105 ดวง ซึ่งเป็นดาวแปรแสงประเภท  RR Lyrae จำนวน 97 ดวง  ซึ่งใช้วัดระยะห่างจากโลกได้ 

        M5 ถูกค้นพบครั้งแรกโดยนักดาราศาสตร์ชาวเยอรมัน ชื่อ Gottfried Kirch เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 1702  ในขณะที่เขากำลังศึกษาดาวหาง  ต่อมาอีก 62 ปี Charles Messier  ระบุว่าวัตถุนี้เป็นเนบิวลาชนิดหนึ่งที่ไม่มีดาวฤกษ์อยู่ภายในและบรรจุไว้ในแคตตาล็อกวัตถุท้องฟ้าของตน  จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1791 William Herschel ผู้ศึกษา M5 ด้วยกล้องโทรทรรศน์ที่ดีพอทำให้สังเกตเห็นดาวแต่ละดวงในกระจุกดาวได้ เขาจึงระบุวัตถุนี้ให้อยู่ในวัตถุประเภทกระจุกดาวทรงกลม 

 

Messier 6  

 

        Messier 6 หรือ M6  เป็นกระจุกดาวเปิด มีชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า “กระจุกดาวผีเสื้อ” (Butterfly Cluster)  ประกอบไปด้วยดาวฤกษ์ราว 300 ดวง  อยู่ห่างออกไปจากโลก 1,600 ปีแสง  ในกลุ่มดาวแมงป่อง (Scorpius)  ซึ่งปรากฏใกล้กับเดียวกับศูนย์กลางทางช้างเผือก

        M6 มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6 ปีแสง  ขนาดปรากฏเชิงมุมที่วัดได้จากโลกเท่ากับ 25 ลิปดา  ซึ่งใกล้เคียงกับขนาดของดวงจันทร์เต็มดวง เนื่องจากมันมีขนาดค่อนข้างใหญ่และมีค่าความสว่างปรากฏ 4.2 ทำให้เราสามารถใช้กล้องสองตาสังเกตวัตถุนี้ได้

        เอกลักษณ์ของ M6  ที่สังเกตได้จากภาพคือ ดาวฤกษ์ส่วนใหญ่จะเป็นดาวสีฟ้าที่มีอายุน้อยและมีอุณหภูมิสูง ประเภท B  แต่ดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดจะเป็นดาวสีส้ม ประเภท K ซึ่งจัดอยู่ในประเภท “ดาวยักษ์” (Giant Star)  โดยทั้งระบบกระจุกดาวนี้ก่อกำเนิดขึ้นในกลุ่มแก๊สและฝุ่นในอวกาศกลุ่มเดียวกัน  ทำให้มีดาวแต่ละดวงมีองค์ประกอบและอายุที่ใกล้เคียงกัน  

        M6 ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1654 โดยนักดาราศาสตร์ชาวอิตาเลียน ชื่อ  Giovanni Battista Hodierna 1654  ต่อมา Charles Messier ได้บรรจุ M6 นี้ไว้ในแคตตาล็อกวัตถุท้องฟ้าของตัวเองในปี ค.ศ. 1764  

 

ภาพถ่าย Messier 7 โดยกล้องโทรทรรศน์ขนาด 2.2 เมตร ที่หอดูดาว La Silla Observatory ประเทศชิลี  

 

        Messier 7 หรือ M7  เป็นกระจุกดาวเปิด มีชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า “กระจุกดาวของทอเลมี” (Ptolemy’s Cluster)  ประกอบไปด้วยดาวฤกษ์จำนวน 80 ดวง  อยู่ห่างออกไปจากโลก 980 ปีแสง  ระหว่างกลุ่มดาวคนยิงธนู (Sagittarius) และกลุ่มดาวแมงป่อง (Scorpius)  

        M7 มีอายุประมาณ 220 ล้านปี มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 25 ปีแสง ขนาดปรากฏเชิงมุมที่วัดได้จากโลกเท่ากับ 1.3 องศา ซึ่งใหญ่มากกว่าดวงจันทร์เต็มดวง 2 เท่า และมีค่าความสว่างปรากฏ 3.3 มันเป็นหนึ่งในกระจุกดาวเปิดที่มีชื่อเสียงเนื่องจากสามารถสังเกตเห็นด้วยตาเปล่าได้ไม่ยาก 

        Ptolemy’s Cluster เป็นชื่อที่ถูกตั้งตามนักคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ชาวกรีกสมัยโบราณชื่อดังคือ ทอเลมี (Ptolemy) ผู้ค้นพบมันในปี ค.ศ. 130 ต่อมาในปีค.ศ. 1764  Charles Messier ได้บรรจุวัตถุนี้ไว้ในแคตตาล็อกวัตถุของตนเอง  ซึ่งในเวลาต่อมา John Herschel ได้ระบุว่าวัตถุนี้เป็นระบบของดาวฤกษ์ที่กระจัดกระจาย หรือ กระจุกดาวเปิด

 

 

อ้างอิง 

http://www.messier-objects.com/messier-5/

http://www.messier-objects.com/messier-6-butterfly-cluster/

http://www.messier-objects.com/messier-7-ptolemys-cluster/

 

เรียบเรียงโดย ธนกร อังค์วัฒนะ  - เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สดร.

 

บรรณาธิการ อาจวรงค์ จันทมาศ  ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารดาราศาสตร์